“เอกนิติ” เล็งกู้ 5 แสนลบ. อุ้มประชาชน-เร่งพลังงานสะอาด ยันคง VAT 7%

รูป “เอกนิติ” เล็งกู้ 5 แสนลบ. อุ้มประชาชน-เร่งพลังงานสะอาด ยันคง VAT 7%

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 เม.ย. 69 16:43 น.

“เอกนิติ” เล็งออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่เกิน 5 แสนลบ. ภายใน พ.ค.-ต.ค.นี้ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะจากปัจจุบันที่ 70% ด้านคนละครึ่งพลัส แจกแน่ คาดเริ่ม 1 มิ.ย. นี้ พร้อมคง VAT 7% ในปีงบ 2570

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการจัดทำงบประมาณประจำปี 2570 ภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ที่ 1.4% อัตราเงินเฟ้อ 2.9% ขณะที่ปี 2570 คาดว่า จีดีพีจะขยายตัวได้ 2.2% และเงินเฟ้อ 1.5% โดยยืนยันว่ายังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลังระยะปานกลาง ภายใต้เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากวิกฤตพลังงาน

“ภายหลังจากประชุม 4 หน่วยงานในวันนี้ ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ​และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว หลังจากนี้สำนักงบประมาณ จะนำสมมติฐานด้านเศรษฐกิจไปปรับ เพื่อจัดทำแผนในปีงบประมาณ 2570 ให้สอดคล้องกัน”นายเอกนิติ กล่าว

ด้านแผนการออกพ.ร.ก.กู้เงิน จะดำเนินการภายใน พ.ค.-ต.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ทางการคลัง โดยเบื้องต้นคาดวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจยืดเยื้อกว่าที่คาด

ส่วนงบประมาณปี 2569 รัฐบาลเตรียมพิจารณาปรับลดงบประมาณรายจ่ายภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อประเมินเม็ดเงินคงเหลือและนำมาใช้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งปัจจุบันยังใช้งบกลางในการช่วยเหลือ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขณะที่งบประมาณปี 2570 มีนโยบายชัดเจนให้ปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น งบดูงาน และโครงการก่อสร้างใหม่ที่ไม่เร่งด่วน โดยเน้นการซ่อมแซมและจัดสรรงบไปสู่การลงทุนที่จำเป็น รวมถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตที่อาจยาวนาน

หากประเมินแล้วงบประมาณยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะช่วงก่อนงบปี 2570 เริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. รัฐบาลอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือการกู้เงินเข้ามาเสริม โดยย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่ “กู้หรือไม่กู้” แต่เป็น “กู้ไปทำอะไร” ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของหลายประเทศที่เผชิญวิกฤตและมีระดับหนี้สาธารณะสูง

สำหรับกรอบการใช้เงินกู้ จะเน้น 2 ด้านหลัก ได้แก่ 1.บรรเทาภาระค่าครองชีพและดูแลกลุ่มเปราะบาง 2.สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

ในด้านพลังงาน รัฐบาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันใช้ผลิตไฟฟ้ากว่า 60% โดยจะผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์ รวมถึงสนับสนุนกลไกอย่าง Direct PPA ให้ภาคธุรกิจสามารถลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรง เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว

สำหรับสถานะหนี้สาธารณะ ปัจจุบันเพดานอยู่ที่ 70% ของ GDP ขณะที่หนี้สาธารณะอยู่ที่ประมาณ 66% ดังนั้นยังมีกรอบการกู้เพิ่มเติมได้ราว 4% ของ GDP หรือเกือบ 8 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน ยังต้องพิจารณาจากความจำเป็นของเม็ดเงิน และสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม โดยรัฐบาลจะพยายามจำกัดวงเงินไม่ให้เกิน 5 แสนล้านบาท พร้อมทั้งเตรียมเครื่องมือทางการคลังไว้รองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณาแหล่งเงินสำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงวันที่ 1 มิ.ย. นี้

“จีดีพีอาจจะหดตัวมากกว่านี้ หากไม่กู้ วันนี้ ผมเตรียมกระสุนไว้ดีกว่า หากโลกดีขึ้น ราคาน้ำมันร่วงระยะยาวถาวร ก็คงไม่ต้องทำอะไร ที่เรารักษาวินัยการคลัง โดยไม่ต้องขยายก็มีรูมที่กู้ได้ถึง 8 แสนล้านบาท”นายเอกนิติ กล่าว

ส่วนเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ยืนยันว่า ยังคงระดับไว้ที่ 7% เช่นเดิม ในปีงบประมาณ 2570



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย