| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปที่กลับมารีบาวด์จากแรงช้อนซื้อ หลังเผชิญแรงเทขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,786.01 จุด ลดลง 80.77 จุด (-0.16%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,405.73 จุด เพิ่มขึ้น 21.99 จุด (+0.30%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 25,929.66 จุด เพิ่มขึ้น 220.23 จุด (+0.86%) นักลงทุนยังคลายความกังวล หลังอิหร่านและอิสราเอลยุติการโจมตีตอบโต้กันไปมาแล้ว หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงทันที โดยการปะทะกันตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถือเป็นการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงครั้งรุนแรงที่สุดระหว่างอิหร่านและอิสราเอล นับตั้งแต่มีการหยุดยิงในสงครามเมื่อเดือนเม.ย. ริก เมคเลอร์ หุ้นส่วนของ Cherry Lane Investments กล่าวว่า “บรรยากาศวันนี้ดูเหมือนนักลงทุนกำลังเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ถูกเทขายเมื่อวันก่อน โดยปกติหลังจากเหตุการณ์เช่นนี้ นักวิเคราะห์มักออกมาแนะนำให้กลับเข้าซื้อ” และเพิ่มเติมว่า “ตลาดถูกประเมินมูลค่าในระดับที่สะท้อนภาพการเติบโตที่เกือบสมบูรณ์แบบมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ปัจจุบันไม่ได้เอื้ออำนวยเช่นนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่ตลาดจะเผชิญแรงเหวี่ยงทั้งบวกและลบ รวมถึงความกังวลว่าราคาสินทรัพย์อาจปรับตัวขึ้นไกลเกินไป” นอกจากนี้ Apple ยังประกาศแผนปรับโฉม Siri ระหว่างการประชุมนักพัฒนาประจำปี Worldwide Developers Conference ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยบรูซ ซาโร กรรมการผู้จัดการของ Granite Wealth Management กล่าวว่า นักลงทุนอาจกำลังตอบสนองในลักษณะ Sell on the news หรือขายทำกำไรหลังข่าวออก “ตลาดมองมาเป็นเวลานานแล้วว่า Apple ตามหลังคู่แข่งในด้านผลิตภัณฑ์ AI นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หุ้นของบริษัทให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่น ๆ มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งช่วงที่ผ่านมา” ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.5% ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียพุ่งขึ้น 5.6% หลังจากร่วงลงเมื่อวันศุกร์ - หุ้น Apple ปรับตัวลงในช่วงท้ายของการซื้อขาย ปิดลดลง 1.9% แม้บริษัทจะเปิดตัวการอัปเกรดด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับ Siri หลายรายการก็ตาม ขณะที่ตลาดโดยรวมปิดย่อตัวลงจากระดับสูงสุดของวัน - หุ้น Intel พุ่งขึ้น 11.2% หลังเว็บไซต์ข่าว The Information รายงานว่า Google ของ Alphabet ได้สั่งผลิตหน่วยประมวลผล Tensor Processing Unit มากกว่า 3 ล้านหน่วยสำหรับปี 2028 - หุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 2.8% หลังถูกเทขายอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน จากผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าคาด - หุ้น Marvell Technology พุ่งขึ้น 9.6% หลังบริษัทจะได้รับการนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500 ก่อนเปิดการซื้อขายในวันที่ 22 มิ.ย. - หุ้น Eli Lilly เพิ่มขึ้น 1.6% หลังผลการทดลองยาของบริษัทแสดงให้เห็นว่า ยา Retatrutide ซึ่งเป็นยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่ สามารถช่วยลดความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และบรรเทาอาการปวดเข่าได้ ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 19,500 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 20,300 ล้านหุ้น - ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 1.01 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 129 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 162 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 2,746 ตัว และหุ้นลบ 2,142 ตัว โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.28 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 13 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 7 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 105 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 164 ตัว ที่มา Reuters ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |