| "พิพัฒน์" สั่งการบินไทยเยียวยากรณีกระเป๋าสัมภาระสูญหาย-ผู้โดยสารตกเครื่อง แย้มแก้ไขปัญหาจบภายใน 3-4 วัน ด้าน THAI เผยปัจจุบันบุคลากรหน้างานกลับมาทำงานแล้ว 90% ตั้งเป้ากลับมาบินระดับ 115 ไฟลท์ได้ ภายใน 7 วัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าตนเองได้หารือกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างสะสมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะดังนี้ 1.กรณีกระเป๋าสูญหาย ซึ่งทางการบินไทย มีการทำประกันไว้แล้วและการบินไทยก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ และ 2.กรณีผู้โดยสารมีการเปลี่ยนไฟลท์บินหรือตกไฟลท์ ซึ่งค่าเสียหายตรงนี้ทางการบินไทยก็มีหารือแล้วว่าพร้อมที่จะรับผิดชอบในส่วนนี้ ทั้งนี้แผนการบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระและการช่วยเหลือผู้โดยสารได้มีการตั้งวอร์รูมขึ้นมา ซึ่งอยู่ในช่วงของการคัดแยกกระเป๋า โดยเมื่อคัดแยกกระเป๋าเสร็จเราก็จะติดต่อและประสานงานไปยังผู้โดยสาร เพราะผู้โดยสารจะมีการขอคอนแทกต์ทุกท่านไว้ว่า ซึ่งมี 2 ตัวเลือกดังนี้ 1.ท่านจะมารับเอง หรือ 2.จะให้เราจัดส่งให้ ซึ่งทางการบินไทยก็จะเป็นผู้จัดส่งให้ทางไปรษณีย์ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อยู่ในประเทศไทยไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นผู้เดินทางที่เปลี่ยนเครื่องแล้วไม่ยอมที่จะเดินทางต่อหรือมีการเหมือนกับไฟลท์เปลี่ยนการเดินทางหรือไม่ทันไฟลท์ ตอนนี้เราก็จะบริหารจัดการในการเยียวยาในส่วนนั้น แต่ที่สำคัญเขาบอกว่าเขาไม่ไปจนกว่าเขาจะได้กระเป๋า ซึ่งเราก็ต้องมีหน้าที่ที่จะไปรื้อหรือค้นหากระเป๋าเพื่อจะพยายามแมตช์ให้กับผู้โดยสารแต่ละท่านที่ติดอยู่ที่จะเป็นผู้เปลี่ยนเครื่อง ซึ่งนี่คือข้อที่สำคัญ ขณะที่เรื่องของการประกาศระงับการรับสินค้าขาเข้า ขาออก และสินค้าถ่ายลำ (Embargo) ของคลังสินค้าการบินไทยนั้น ได้มีการหารือและก็ขอความกรุณาจากทางการบินไทยว่าอย่าหยุด โดยเราจะส่งกำลังและอุปกรณ์เสริมเข้ามา แล้วก็ให้ทาง AOT เนี่ยเคลียร์พื้นที่บางส่วนเพื่อจะเอาสินค้าที่ตกค้างบนรถเนี่ยไปกองไว้ ซึ่งก็คงจะต้องมีเต็นท์กันฝนให้เรียบร้อย ซึ่งก็น่าจะไม่มีการปิดการขนส่งสินค้า แต่อาจจะมีการชะลอไปบ้าง เพราะฉะนั้นตรงเรื่องของสินค้าก็มีข้อสรุปออกมาแล้ว และทางรัฐมนตรีก็ขอให้ทางการบินไทยกับทาง AOT ช่วยรายงานความคืบหน้าทุกๆ 8 ชั่วโมง และพรุ่งนี้ก็จะมาหารือกันอีกครั้งในช่วง 16.00 น. เพราะว่าต้องการให้ทางผู้ที่ทำหน้าที่เขาได้มีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ "มันต้องจบแล้วครับ ไม่จบพวกผมก็ลำบากครับ โดยเฉพาะการบินไทยก็คงจะเหนื่อยพอสมควร แต่ไม่ใช่แค่เหนื่อยคนเดียว ก็คงจะเหนื่อยทั้งหมด พวกเราต้องร่วมกันรับผิดชอบ วันนี้พวกเราจะไม่ผลักภาระไปให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบนะครับ เพราะถือว่าเราทำงานร่วมกันนะครับ พวกเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นเราต้องค่อยๆแก้ปัญหา แต่ยังไงเราต้องแก้ให้จบภายใน 3-4 วันนี้ให้ได้ แล้วถ้าหากกำลังเสริมขาดเราเติม ถ้าหากเครื่องจักรขาดเราก็พร้อมที่จะไปเอาเครื่องจักรมาเติม" นายพิพัฒน์ กล่าว นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กล่าวว่าวันนี้บุคลากรหน้างานของบริษัทกลับมาประมาณ 90% แล้ว และส่วนที่เป็น operation กลับมาประมาณ 80% แต่ยังมี backlog หรือกระเป๋าของเก่าที่เราต้องเคลียร์ที่อยู่ในระบบที่อยู่ใน Transfer Terminal อีกอันก็ต้องเข้าไปเคลียร์แต่เราพยายามจะนำ capacity หรือกำลังการผลิตให้กลับมาให้เท่าเดิมให้เร็วที่สุด เพื่อจะเอาผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ รวมถึงกระเป๋าที่อยู่ข้างในออกไปเร็วที่สุด ทั้งนี้ปกติเนี่ยการบินไทยจะมีไฟลท์ขาออกอยู่ประมาณสัก 115 ไฟลท์ต่อวัน ซึ่งวันที่เริ่มมีปัญหาไฟลท์ลดลงไปประมาณ 28 ไฟลท์และพรุ่งนี้จะลดไปอีก 15 ไฟลท์เหลือ 100 ไฟลท์ และวันถัดไปวันที่ 2 ต.ค.69 ก็จะเป็น 105 ไฟลท์ ก็จะใกล้เคียงกับ Capacity ปัจจุบัน โดยการบินไทยตั้งเป้าหมายว่าต้องกลับเข้าไปเท่าเดิมคือ 115 ไฟลท์ ให้ได้ภายใน 7 วัน ส่วนที่สำคัญคือวันนี้เราต้องลำดับความสำคัญ ซึ่งผู้โดยสารที่รับผลกระทบจากในวันที่ 26-28 ก.ย.69 เราต้องแบ่งทีมทำที่จะเคลียร์กระเป๋าที่ยังไม่ได้ส่งให้กับผู้โดยสาร ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางการ AOT ที่จะส่งทีมงานมาช่วยตัดพื้นที่ให้และจัดระบบเข้ามาในการบริหารจัดการกระเป๋า และต้องขออภัยกับท่านผู้โดยสารทุกท่าน ซึ่งก็ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ทางฝั่งประชาชนชาวไทยด้วย ก็ให้ความเป็นห่วงเป็นใยและก็มีข้อเสนอแนะมา ซึ่งเราก็ยินดีที่เราฟังแล้วก็นำไปปฏิบัติ รวมถึงปรับปรุงให้มันดีขึ้น |