| นักวิเคราะห์ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค. เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดการณ์ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไตรมาส 2 ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้ ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน (MoM) และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี (YoY) ขณะที่ผลสำรวจโดย Dow Jones คาดว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้น 0.3% และ 3.7% ตามลำดับ สำหรับดัชนี PCE พื้นฐาน หากไม่รวมสินค้าหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% MoM และเพิ่มขึ้น 3% YoY ขณะที่ผลสำรวจคาดว่าดัชนีจะอยู่ที่ 0.3% และ 3.3% ตามลำดับ แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของดัชนี PCE ในรอบ 12 เดือนจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ตัวเลขดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการที่สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) ปรับวิธีการคำนวณองค์ประกอบบางส่วนของดัชนี โดยปรับวิธีวัดราคาค่าบริการด้านกฎหมาย ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ รวมถึงบริการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน ส่งผลให้ดัชนี PCE พื้นฐานในเดือนก.ค.ถูกปรับลดลง 0.36 จุด นักวิเคราะห์จาก TradeStation กล่าวว่า “นี่เป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนที่กังวลการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ในช่วงที่ผ่านมา และช่วยสนับสนุนเหตุผลที่เฟดไม่ควรขึ้นดอกเบี้ยในเดือนต.ค. อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวค่อนข้างเก่าสำหรับตอนนี้ และยังไม่สะท้อนการพุ่งขึ้นของราคาดีเซลในเดือนก.ย.” รายงานยังระบุว่า รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่การใช้จ่ายส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.9% เทียบกับตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.4% และ 0.8% ตามลำดับ ปรับเพิ่ม GDP ไตรมาส 2 แม้ดัชนีเงินเฟ้อ PCE ทั้งสองส่วนยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด และเพิ่มความเป็นไปได้ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง หลังจากปรับขึ้นไปแล้วในเดือนก.ย. โดยตลาดให้น้ำหนักการปรับขึ้นในเดือนธ.ค. มากกว่าเดือนต.ค. หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำคาด โดยเฟดจะมีการประชุมอีก 2 ครั้งในปีนี้ นักวิเคราะห์จาก Carson Group กล่าวว่า “แม้จะมีการปรับวิธีการคำนวณ แต่เงินเฟ้อ PCE ยังคงอยู่ในระดับสูงไม่ว่าจะพิจารณาจากมุมใดก็ตาม” และเพิ่มเติมว่า “เศรษฐกิจกำลังขยายตัวอย่างร้อนแรง ขณะที่นโยบายยังคงผ่อนคลาย ความท้าทายของเฟดจึงอยู่ที่การประเมินว่าจำเป็นต้องใช้นโยบายเข้มงวดมากเพียงใด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นในช่วงเข้าสู่ไตรมาส 4” ทั้งนี้ ต้นทุนด้านพลังงานยังคงเป็นปัจจัยหลักสำหรับเงินเฟ้อเดือนส.ค. แม้ราคาสินค้าและบริการในหลายภาคส่วนจะปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.4% ขณะที่ราคาบริการขนส่งเร่งตัวขึ้น 1.4% ส่วนสินค้าและบริการด้านพลังงานเพิ่มขึ้น 2.3% นอกจากข้อมูลเงินเฟ้อแล้ว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 ขยายตัวในอัตรา 2.2% ในอัตราต่อปี ซึ่งเป็นการประมาณการครั้งสุดท้าย และเพิ่มขึ้นจากประมาณการก่อนหน้าที่ 1.5% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและรัฐบาล รวมถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ที่มา CNBC |