| คปภ. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมประสานบริษัทประกันภัยเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย แนะ 4 ขั้นตอนเช็กกรมธรรม์-เก็บหลักฐาน-แจ้งเคลม เตรียมพิจารณาผ่อนผันเบี้ยประกันพื้นที่น้ำท่วม พร้อมเตรียมประชุมบริษัทประกันวินาศภัย 28 ก.ย. 2569 หารือกรอบเวลาเร่งพิจารณาและจ่ายสินไหม นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจนสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ พร้อมเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ สำหรับประชาชนที่บ้านเรือนหรือรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม คปภ. แนะนำ 4 ขั้นตอนสำคัญในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ 1. ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ โดยตรวจสอบว่ากรมธรรม์ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงวงเงินและเงื่อนไขความคุ้มครอง สามารถตรวจสอบผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT คปภ.รอบรู้ ในเมนู กรมธรรม์ของฉัน (My Policy) สำหรับประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ควรตรวจสอบว่ามีการซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ครอบคลุมภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ 2. เก็บหลักฐานความเสียหาย โดยถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอทั้งภาพรวมและรายละเอียดของทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เช่น โครงสร้างบ้าน พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนรถยนต์ควรถ่ายภาพทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหม 3. ติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมแจ้งข้อมูลสำคัญ เช่น เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และรายละเอียดความเสียหาย รวมถึงเก็บเลขที่เคลม (Claim No.) ไว้สำหรับติดตามสถานะ 4. เตรียมเอกสารประกอบการเคลม เช่น สำเนาบัตรประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้านหรือโฉนดที่ดิน รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ตามที่บริษัทประกันภัยร้องขอ ขณะเดียวกัน คปภ. ยังมีแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท ไปจนถึงระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน ซึ่งบริษัทประกันภัยจะพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ หากเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) จะชดใช้ค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ สำหรับระดับความเสียหาย ได้แก่ ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท, ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000-20,000 บาท, ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000-30,000 บาท, ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป และ ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน โดยการพิจารณาความเสียหายเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ คปภ.ถกบริษัทประกัน 28 ก.ย. เร่งช่วยผู้ประสบภัย ในวันที่ 28 ก.ย. 2569 สำนักงาน คปภ. จะเชิญบริษัทประกันวินาศภัยเข้าหารือแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น การสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ในพื้นที่ประสบภัยผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System: IBS) เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ จะหารือการบูรณาการกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียม รถยกและรถลาก เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับรถที่เคลื่อนย้าย รวมถึงการกำหนดแนวทางและกรอบเวลาในการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม คปภ. ยังเตรียมพิจารณา มาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย สำหรับผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงการผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหม หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ตลอด 24 ชั่วโมง |