| ครม. เดินหน้าแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2569–2572 มุ่งรับมือความผันผวนตลาดพลังงานโลก พร้อมเพิ่มบทบาทเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบในประเทศ หวังลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน เชื่อมโยงภาคเกษตร และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 และ แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 เพื่อเป็นกรอบบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้สามารถรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่ไทยสามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งนี้ เชื้อเพลิงชีวภาพถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากสามารถผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ และนำมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อทดแทนการใช้น้ำมันจากต่างประเทศบางส่วน ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก สำหรับ แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 กำหนดให้การรองรับการเปลี่ยนผ่านของน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในช่วงเกิดวิกฤต เพื่อให้ประเทศมีเครื่องมือในการบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่ แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 วางกรอบการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา และลดผลกระทบต่อประชาชนเมื่อเกิดความผันผวนของราคาพลังงาน โดยการบริหารจัดการต้องคำนึงถึงฐานะและสภาพคล่องของกองทุน รวมถึงความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว การเพิ่มบทบาทของเชื้อเพลิงชีวภาพยังช่วยเชื่อมโยงนโยบายด้านพลังงานกับภาคการเกษตร เนื่องจากวัตถุดิบสำคัญสามารถผลิตได้ภายในประเทศ ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศเพียงด้านเดียว “ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ไทยมีศักยภาพ เพราะเราสามารถผลิตวัตถุดิบได้ภายในประเทศ นำมาใช้ทดแทนการนำเข้าพลังงานบางส่วน และช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว |