ตะวันออกกลางเดือด! สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากปะทะในฮอร์มุซ หลังทรัมป์เปิดปฏิบัติการ Project Freedom

รูป ตะวันออกกลางเดือด! สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากปะทะในฮอร์มุซ หลังทรัมป์เปิดปฏิบัติการ Project Freedom

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 69 10:28 น.

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้เรือสัญชาติเกาหลีใต้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นความเสียหายครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับเรือพาณิชย์ของเกาหลีใต้ในบริเวณดังกล่าวหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้น ขณะเดียวกัน มีรายงานการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการ Project Freedom เพื่อนำเรือพลเรือนที่ติดค้างออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

รายงานของกระทรวงฯ ระบุว่า ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตภายหลังเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือ HMM Namu ซึ่งดำเนินการโดยเกาหลีใต้ ขณะลอยลำอยู่ในน่านน้ำใกล้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้เรียกประชุมฉุกเฉินโดยมีนางคิม จีนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน โดยเธอแสดงความกังวลอย่างมากและย้ำถึงความจำเป็นในการหาสาเหตุของเหตุดังกล่าว รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ แถลงการณ์ยังระบุว่าเกาหลีใต้พร้อมที่จะดำเนินมาตรการอย่างรวดเร็วทุกเมื่อเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของลูกเรือชาวเกาหลีใต้

รายงานจากสำนักข่าวยอนฮับที่อ้างข้อมูลจากบริษัทเผยว่า บริษัท HMM ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเดินเรือของเกาหลีใต้และเป็นผู้บริหารจัดการเรือเทกองขนาดกลางลำนี้ เปิดเผยว่า เพลิงไหม้บนเรือเกิดขึ้นในห้องเครื่องและลูกเรือสามารถดับไฟได้สำเร็จหลังพยายามนานถึง 4 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในบรรดาลูกเรือทั้ง 24 ราย มีชาวเกาหลีใต้อยู่ด้วย 6 ราย ทั้งหมดปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้รับข้อมูลข่าวกรองคาดว่า เรือถูกโจมตีแต่ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของ HMM ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการโจมตีจากภายนอก หรือเป็นการระเบิดจากปัญหาภายในตัวเรือเอง

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าอาจถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้ควรเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยิงโต้ตอบกันในอ่าวเปอร์เซีย และลามไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นำไปสู่การเรียกร้องให้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกครั้ง ซึ่งสั่นคลอนสถานะข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว โดยพลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงต่อสื่อมวลชนว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ต่อสู้และขับไล่การโจมตีจากโดรน ขีปนาวุธ และเรือเร็วติดอาวุธของอิหร่าน ในภารกิจ “Project Freedom” เพื่อช่วยเปิดทางให้เรือติดธงสหรัฐฯ 2 ลำเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

เรือพิฆาตของสหรัฐฯ สองลำ คือ USS Truxtun และ USS Mason แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่และอากาศยานอื่น ๆ

ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social ว่าทางกองทัพได้ยิงทำลายเรือเร็วขนาดเล็กไป 7 ลำ พร้อมเสริมว่าพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม จะแถลงข่าวร่วมกับพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม ณ อาคารเพนตากอน

ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ได้สกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านและกล่าวโทษว่า การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ที่ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย โดยรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศเตือนภัยขีปนาวุธต่อประชาชนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบหนึ่งเดือนก่อน

การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทพลังงานแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “ADNOC” ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีในอีกเหตุการณ์หนึ่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มา Bloomberg (1) และ (2)


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย