CRC ปิดดีลขายหุ้นธุรกิจจําหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวียดนาม มูลค่า 1.13 พันลบ. ปรับพอร์ตมุ่งธุรกิจฟู้ด - อสังหาฯ

รูป CRC ปิดดีลขายหุ้นธุรกิจจําหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวียดนาม มูลค่า 1.13 พันลบ. ปรับพอร์ตมุ่งธุรกิจฟู้ด - อสังหาฯ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 69 8:46: น.

CRC ปิดดีลขายหุ้นทั้งหมดใน NKT กลุ่มธุรกิจจําหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์ "เหงียมคิม"ในประเทศเวียดนาม มูลค่า 1,137 ล้านบาท ตามแผนปรับพอร์ตธุรกิจการลงทุน หันมุ่งธุรกิจหลัก กลุ่มฟู้ด และ พร็อพเพอร์ตี้ ชี้บุ๊กด้อยค่าฯ 5,900 ล้านบาท ในงบไตรมาส 4/68 แล้ว

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ CRC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า การจําหน่ายเงินลงทุนที่บริษัทฯ ถืออยู่ทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริษัท NKT New Solution and Technology Development Investment Joint Stock Company (NKT) และบริษัทย่อยที่ถือหุ้นโดย NKT ในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 หลังได้เข้าทําสัญญาซื้อขายกับบริษัท PICO Holdings Joint Stock Company (ผู้ซื้อ) ส่งผลให้ NKT และบริษัทย่อยที่ถือหุ้นโดย NKT สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อย ดังนี้

1. NKT New Solution and Technology Development Investment Joint Stock Company

2. Nguyen Kim Modern Trade Development Investment Joint Stock Company

3. Nguyen Kim Trading Joint Stock Company

4. Nguyen Kim Central Trading One Member Co.,Ltd

5. Nguyen Kim Long Xuyen One Member Co.,Ltd

6. Nguyen Kim Can Tho Co.,Ltd

7. Nguyen Kim Binh Duong One Member Co.,Ltd

8. Nguyen Kim Buon Ma Thuot One Member Co.,Ltd

9. Nguyen Kim Hai Phong Development Investment One Member Co.,Ltd 10. Saigon Industrial Corporation

อนึ่ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 CRC ได้เข้าทําสัญญากับบริษัท PICO Holdings Joint Stock Company ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม เพื่อจําหน่ายเงินลงทุนที่บริษัทฯ ถืออยู่ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมใน NKT ซึ่งเป็น Holding Company สําหรับกลุ่มธุรกิจจําหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกเหงียมคิมในประเทศเวียดนาม มูลค่ากิจการ (Enterprise Value) 36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,137 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทฯ จะบันทึกรายการด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดครั้งเดียว จํานวนประมาณ 5,900 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4/2568 โดยไม่มีผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสําคัญ

การจําหน่ายเงินลงทุนครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ในการปรับพอร์ตรุรกิจของบริษัทฯ ในประเทศเวียดนาม ที่จะมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน เร่งการขยายธุรกิจ ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นให้กับ 2 ธุรกิจหลัก คือ กลุ่มฟู้ด และ พร็อพเพอร์ตี้



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย