วันนี้ 10:25 น.“สี จิ้นผิง” ชี้เศรษฐกิจจีนยังเดินหน้า แม้เผชิญแรงกดดัน-ย้ำเร่งบรรลุเป้าหมายปีนี้Translatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 ต.ค. 69 10:25 น. ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวว่าเศรษฐกิจของประเทศยังมีความยืดหยุ่นและยังมีแรงขับเคลื่อน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจของปีนี้ และสร้างจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 “เศรษฐกิจของเรายังคงเดินหน้าต่อเนื่องแม้จะเผชิญแรงกดดัน” ผู้นำจีนกล่าวเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สี จิ้นผิงยังกล่าวว่า “เราต้องยึดมั่นในหลักการพื้นฐานในการแสวงหาความก้าวหน้า ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพ และดำเนินตามแนวคิดการพัฒนาแนวใหม่อย่างเต็มที่และจริงจัง” รัฐบาลจีนยังประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับจากปี 2024 หลังเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่ 4.5-5% แต่การเติบโตในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4.3% ซึ่งต่ำกว่าที่กำหนดไว้ มาตรการล่าสุดครอบคลุมการอุดหนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการเพิ่มสภาพคล่องด้านสินเชื่อของธนาคารกลางจีน โดยเน้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และภาคส่วนเป้าหมายอื่น ๆ เพื่อผลักดันให้จีนสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ยังย้ำข้อเรียกร้องให้มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันมากขึ้น พร้อมเดินหน้าปราบปรามกลุ่มที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว พร้อมกันนี้ ยังย้ำจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศของจีนที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพ ในการประชุมสุดยอดที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์และสี จิ้นผิง ได้ยืนยันกรอบการบริหารจัดการความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยทั้งสองฝ่ายตกลงขยายระยะเวลาการพักรบทางการค้าไปจนถึงเดือนม.ค. 2027 พร้อมลดภาษีสินค้าที่ไม่อยู่ในกลุ่มสินค้าอ่อนไหว รวมมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ และจัดตั้งกลไกสื่อสารเพื่อรับมือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มา Bloomberg closeลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ต้องแสดงอีกในวันนี้สมัครใช้งานฟรีมีบัญชีเรียบร้อยแล้ว?ลงชื่อเข้าใช้งานcloseกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจของคุณ เพื่ออ่านข่าวย้อนหลังแพ็กเกจปัจจุบันของคุณไม่สามารถอ่านข่าวนี้ได้ หากคุณต้องการอ่านข่าวย้อนหลังเกิน ตามที่กำหนด กรุณาอัปเกรดแพ็กเกจของคุณแท็กที่เกี่ยวข้องสี จิ้นผิงเศรษฐกิจจีนไต้หวันReporting byสุภัค โห้พึ่งจูหัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 ต.ค. 69 10:25 น. ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวว่าเศรษฐกิจของประเทศยังมีความยืดหยุ่นและยังมีแรงขับเคลื่อน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจของปีนี้ และสร้างจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 “เศรษฐกิจของเรายังคงเดินหน้าต่อเนื่องแม้จะเผชิญแรงกดดัน” ผู้นำจีนกล่าวเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สี จิ้นผิงยังกล่าวว่า “เราต้องยึดมั่นในหลักการพื้นฐานในการแสวงหาความก้าวหน้า ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพ และดำเนินตามแนวคิดการพัฒนาแนวใหม่อย่างเต็มที่และจริงจัง” รัฐบาลจีนยังประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับจากปี 2024 หลังเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่ 4.5-5% แต่การเติบโตในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4.3% ซึ่งต่ำกว่าที่กำหนดไว้ มาตรการล่าสุดครอบคลุมการอุดหนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการเพิ่มสภาพคล่องด้านสินเชื่อของธนาคารกลางจีน โดยเน้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และภาคส่วนเป้าหมายอื่น ๆ เพื่อผลักดันให้จีนสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ยังย้ำข้อเรียกร้องให้มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันมากขึ้น พร้อมเดินหน้าปราบปรามกลุ่มที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว พร้อมกันนี้ ยังย้ำจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศของจีนที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพ ในการประชุมสุดยอดที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์และสี จิ้นผิง ได้ยืนยันกรอบการบริหารจัดการความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยทั้งสองฝ่ายตกลงขยายระยะเวลาการพักรบทางการค้าไปจนถึงเดือนม.ค. 2027 พร้อมลดภาษีสินค้าที่ไม่อยู่ในกลุ่มสินค้าอ่อนไหว รวมมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ และจัดตั้งกลไกสื่อสารเพื่อรับมือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มา Bloomberg