The New York Times รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่วงใน ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ส่งแผน 15 ข้อให้อิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการหาทางออกจากความขัดแย้ง ท่ามกลางแรงกดดันด้านผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แหล่งข่าวระบุว่า แผนดังกล่าวส่งผ่านปากีสถาน โดยมีผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเป็นตัวกลางสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า แผนดังกล่าวเป็นที่รับรู้ในหมู่เจ้าหน้าที่อิหร่านมากน้อยเพียงใด และมีแนวโน้มที่อิหร่านจะยอมรับเป็นหลักการพื้นฐานสำหรับการเจรจาหรือไม่ อีกทั้งยังไม่แน่ชัดว่า อิสราเอล ซึ่งร่วมกับสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน จะเห็นชอบกับข้อเสนอนี้หรือไม่ The New York Times ไม่ได้เห็นสำเนาแผนฉบับนี้โดยตรง แต่เจ้าหน้าที่ที่ขอไม่เปิดเผยชื่อได้เปิดเผยรายละเอียดในภาพรวม โดยระบุว่า แผนที่ว่านี้ครอบคลุมถึงโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า แผนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงเส้นทางการเดินเรือ โดยนับตั้งแต่เริ่มสงคราม อิหร่านได้ปิดกั้นไม่ให้เรือของชาติตะวันตกส่วนใหญ่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลง และราคาพุ่งสูงขึ้น ขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าสงครามจะคลี่คลายในเร็ววัน โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า คาดว่าความขัดแย้งจะดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยอมรับว่ากระบวนการทางการทูตกำลังดำเนินอยู่ แต่ระบุว่า ในระหว่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะผู้เจรจากำลังสำรวจความเป็นไปได้ของการเจรจา ปฏิบัติการทางทหารยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทางด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านและปากีสถานเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการติดต่อไปยังโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยเสนอให้ปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน โพสต์เมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) ว่า ปากีสถานสนับสนุนความพยายามในการเปิดการเจรจาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางอย่างเต็มที่ เขาระบุว่า หากได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯ และอิหร่าน ปากีสถานพร้อมและยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการเจรจาที่มีความหมายและนำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างครอบคลุม อย่างไรก็ตาม อิหร่านอาจเผชิญความยากลำบากในการตอบสนองต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัญหาการสื่อสารภายในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูง และกังวลว่าอิสราเอลอาจโจมตี หากมีการนัดพบกันแบบซึ่งหน้า ที่มา New York Times |