รายงานของรอยเตอร์เปิดเผยว่า มีการทำธุรกรรมการลงทุนจำนวนหนึ่งที่อาศัยจังหวะเข้าเทรดได้อย่างแม่นยำ ก่อนการประกาศนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสร้างกำไรระดับหลายล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้ข้อมูลวงในและควรมีการตรวจสอบ การตรวจสอบของสำนักข่าวรอยเตอร์เกี่ยวกับการซื้อขายในช่วงก่อนที่รัฐบาลทรัมป์จะประกาศนโยบายสำคัญ ทั้งการตั้งกำแพงภาษี, การบุกเวเนซุเอลา รวมถึงอิหร่านนั้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ พบว่า มีอย่างน้อย 4 กรณีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่ามีลักษณะส่อไปในทางที่ว่านักลงทุนรู้ข้อมูลล่วงหน้า ซึ่งการซื้อขายลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายตลาดและหลายสินทรัพย์ ทั้งออปชัน, สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตลาดคาดการณ์ (Prediction markets) ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยอดีตผู้อำนวยการฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (Commodity Futures Trading Commission-CFTC) และนักวิชาการอีก 3 รายที่ศึกษาเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์โดยบุคคลภายในหรืออินไซเดอร์เทรดดิ้ง ระบุว่า จากช่วงเวลาและขนาดของการทำธุรกรรม การซื้อขายเหล่านี้ควรมีการตรวจสอบว่า มีการใช้ข้อมูลวงในของรัฐบาลด้วยหรือไม่ แอนดรูว์ เวอร์สไตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ข้อมูลวงใน จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) กล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นดูน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง” แม้จะมีตัวอย่างไม่มาก แต่รูปแบบที่เกิดขึ้นชวนให้คาดว่า มีพฤติกรรมการซื้อขายโดยผู้มีข้อมูลภายในของภาครัฐและเครือข่าย ทางด้านไอทัน โกลแมน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของ CFTC และอดีตอัยการรัฐบาลกลาง กล่าวว่า การซื้อขายลักษณะนี้โดยปกติจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิด แม้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลวงในในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ยังมีความซับซ้อนและมีตัวอย่างไม่มากก็ตาม พร้อมกันนี้ ยังเพิ่มเติมว่า ตลาดซื้อขาย, CFTC และกระทรวงยุติธรรม มักมองการซื้อขายลักษณะนี้ว่า มีความผิดปกติและน่าสนใจไปในตัว ทางด้าน คุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า แนวปฏิบัติด้านจริยธรรมของรัฐบาลได้ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหากำไรจากข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ การกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่มีหลักฐานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลความจริงและขาดความรับผิดชอบ ฝั่งโฆษกของ CFTC ระบุว่า ทางหน่วยงานได้ประสานงานกับตลาดซื้อขายอย่างต่อเนื่องหากพบการทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายน่าสงสัย และมีระบบตรวจสอบของตนเอง แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ามีการเริ่มสอบสวนกรณีดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ว่า เทรดเดอร์บางรายอาจได้กำไรจากความโชคดีจริง ๆ หรือสามารถจับสัญญาณล่วงหน้าที่ตลาดมองไม่เห็น โดยเฉพาะเมื่อบริษัทในวอลล์สตรีทหันมาใช้ที่ปรึกษาซึ่งเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและอดีตคนในกองทัพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการทำธุรกรรมบางส่วนที่อาจเป็นการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มา Reuters |