ส่องกล้อง CRC : กำไร 1Q69 โตแรง ฝ่าพายุค่าครองชีพ โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ ซื้อ

รูป ส่องกล้อง CRC : กำไร 1Q69 โตแรง ฝ่าพายุค่าครองชีพ  โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ ซื้อ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 69 15:43 น.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 พ.ค. 69

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน

ซื้อ

25.50

บล.ฟิลลิป

ซื้อ

24.20

บล.พาย

ซื้อ

24.00

บล.บัวหลวง

ซื้อ

23.20

บล.ฟินันเซีย ไซรัส

ซื้อ

23.00

บล.เอเซีย พลัส

ซื้อ

21.80

บล.ดาโอ (ประเทศไทย)

ซื้อ

21.50

บล.เคจีไอ

ถือ

20.40

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส

Under Review

-


สรุปปัจจัยบวก +

+ กำไรสุทธิ 1Q69 เติบโตแกร่งเกินคาด: รายงานกำไรสุทธิ 2.79 - 2.80 พันล้านบาท (+14% ถึง +19% YoY, +6% ถึง +19% QoQ) และกำไรปกติที่ 2.89 - 2.90 พันล้านบาท (+12% ถึง +17% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ประมาณ 11-19% (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.ฟินันเซีย ไซรัส)

+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวดี: GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Food และ Fashion จากการบริหาร Product Mix และการควบคุมสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)

+ ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงประมาณ 22.8% - 23% YoY จากการปรับโครงสร้างหนี้และการออกหุ้นกู้ใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำลง (เฉลี่ยลดจาก 2.8% เหลือ 2.0%) รวมถึงภาระหนี้สินรวม (Gearing) ที่ลดลง (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)

+ แนวโน้ม SSSG ใน 2Q69 เริ่มฟื้นตัว: ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ช่วงต้นไตรมาส 2 (QTD) พลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อยที่ประมาณ +1% ถึง +3% โดยกลุ่มธุรกิจ Food ในไทยเติบโตโดดเด่นที่ +5% ถึง +7% (บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟินันเซีย ไซรัส)

+ การขยายสาขาและการรับรู้กำไรใหม่: ได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขา Tops และ Mini go! รวมถึงเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sports Thailand เข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. (คาดสร้างกำไรได้ราว 100 ล้านบาทต่อปี) (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย)

+ ธุรกิจในเวียดนามยังแข็งแกร่ง: โดยเฉพาะกลุ่ม Hardline ในเวียดนามที่เติบโตระดับ Double Digit (+17% ถึง +19% ในสกุลเงินบาท) (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย)

+ ปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการภายใน: การขายกิจการที่ไม่ทำกำไรอย่าง Nguyen Kim (NKT) เสร็จสิ้นในเดือน เม.ย. ช่วยลดผลขาดทุน และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานช่วยหนุน Operating Margin (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)

สรุปปัจจัยลบ -

- ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน 1Q69 ยังติดลบ: ภาพรวม SSSG ในไตรมาสแรกอยู่ที่ -2% ถึง -3% โดยกลุ่ม Fashion หดตัวแรงถึง -7% เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนที่มีมาตรการ Easy E-Receipt (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย)

- ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล: คาดกำไรใน 2Q69 และ 3Q69 จะชะลอตัวลง (QoQ) ตามฤดูกาล ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาสสุดท้าย (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)

- ขาดส่วนแบ่งกำไรจากอิตาลี: หลังจากการขายห้าง Rinascente จะทำให้ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากส่วนนี้เข้ามาเหมือนในปีก่อน (ปี 68 เคยรับรู้รวมกว่า 790 ล้านบาท) (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)

- แรงกดดันจากค่าครองชีพและสถานการณ์โลก: กำลังซื้อของผู้บริโภคเผชิญความท้าทายจากค่าครองชีพที่สูง และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (บล.เคจีไอ)

- ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวเพิ่มขึ้น: เพิ่มขึ้น 2% - 3% YoY จากค่าคอมมิชชันช่องทางออนไลน์และค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา ทำให้อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายขยับขึ้นเล็กน้อย (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)

- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: ธุรกิจ Food ในเวียดนามถูกกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ยอดขายในรูปเงินบาทติดลบเล็กน้อย (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ)


แท็กที่เกี่ยวข้อง