| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 พ.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 25.50 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 24.20 | | บล.พาย | ซื้อ | 24.00 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 23.20 | | บล.ฟินันเซีย ไซรัส | ซื้อ | 23.00 | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 21.80 | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 21.50 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 20.40 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | Under Review | - | สรุปปัจจัยบวก + + กำไรสุทธิ 1Q69 เติบโตแกร่งเกินคาด: รายงานกำไรสุทธิ 2.79 - 2.80 พันล้านบาท (+14% ถึง +19% YoY, +6% ถึง +19% QoQ) และกำไรปกติที่ 2.89 - 2.90 พันล้านบาท (+12% ถึง +17% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ประมาณ 11-19% (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย, บล.ฟินันเซีย ไซรัส) + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวดี: GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Food และ Fashion จากการบริหาร Product Mix และการควบคุมสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงประมาณ 22.8% - 23% YoY จากการปรับโครงสร้างหนี้และการออกหุ้นกู้ใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำลง (เฉลี่ยลดจาก 2.8% เหลือ 2.0%) รวมถึงภาระหนี้สินรวม (Gearing) ที่ลดลง (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + แนวโน้ม SSSG ใน 2Q69 เริ่มฟื้นตัว: ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ช่วงต้นไตรมาส 2 (QTD) พลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อยที่ประมาณ +1% ถึง +3% โดยกลุ่มธุรกิจ Food ในไทยเติบโตโดดเด่นที่ +5% ถึง +7% (บล.ฟิลลิป, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟินันเซีย ไซรัส) + การขยายสาขาและการรับรู้กำไรใหม่: ได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขา Tops และ Mini go! รวมถึงเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sports Thailand เข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. (คาดสร้างกำไรได้ราว 100 ล้านบาทต่อปี) (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย) + ธุรกิจในเวียดนามยังแข็งแกร่ง: โดยเฉพาะกลุ่ม Hardline ในเวียดนามที่เติบโตระดับ Double Digit (+17% ถึง +19% ในสกุลเงินบาท) (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.พาย) + ปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการภายใน: การขายกิจการที่ไม่ทำกำไรอย่าง Nguyen Kim (NKT) เสร็จสิ้นในเดือน เม.ย. ช่วยลดผลขาดทุน และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานช่วยหนุน Operating Margin (บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) สรุปปัจจัยลบ - - ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน 1Q69 ยังติดลบ: ภาพรวม SSSG ในไตรมาสแรกอยู่ที่ -2% ถึง -3% โดยกลุ่ม Fashion หดตัวแรงถึง -7% เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนที่มีมาตรการ Easy E-Receipt (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย) - ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล: คาดกำไรใน 2Q69 และ 3Q69 จะชะลอตัวลง (QoQ) ตามฤดูกาล ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาสสุดท้าย (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ) - ขาดส่วนแบ่งกำไรจากอิตาลี: หลังจากการขายห้าง Rinascente จะทำให้ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากส่วนนี้เข้ามาเหมือนในปีก่อน (ปี 68 เคยรับรู้รวมกว่า 790 ล้านบาท) (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ) - แรงกดดันจากค่าครองชีพและสถานการณ์โลก: กำลังซื้อของผู้บริโภคเผชิญความท้าทายจากค่าครองชีพที่สูง และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (บล.เคจีไอ) - ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวเพิ่มขึ้น: เพิ่มขึ้น 2% - 3% YoY จากค่าคอมมิชชันช่องทางออนไลน์และค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา ทำให้อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายขยับขึ้นเล็กน้อย (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) - ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: ธุรกิจ Food ในเวียดนามถูกกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ยอดขายในรูปเงินบาทติดลบเล็กน้อย (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ) |