| ราคาน้ำมันดีเซลทั่วโลก รวมถึงสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสงครามในอิหร่านและยูเครนส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ลดลงอย่างมาก ขณะที่ทางเลือกในการควบคุมไม่ให้ราคาปรับขึ้นนั้นมีไม่มากนัก ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า โรงกลั่นในสหรัฐฯ เดินเครื่องในระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีเมื่อช่วงปลายเดือนส.ค. ขณะที่โรงกลั่นในพื้นที่อื่นเร่งผลิตเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยกำลังการผลิตที่ลดลงจากสงคราม ปัญหาจึงอยู่ที่โรงกลั่นทั่วโลกกำลังเดินเครื่องใกล้เต็มกำลังการผลิตแล้ว ทำให้ทางเลือกในการป้องกันไม่ให้อุปทานพลังงานตึงตัว และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเดือนข้างหน้ามีอย่างจำกัด ข้อมูลการขนส่งทางเรือจาก Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดีเซลจากตะวันออกกลางลดลงครึ่งหนึ่งในช่วงเดือนมี.ค.-ส.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่เฉลี่ย 800,000 บาร์เรล/วัน โดยในปี 2025 ตะวันออกกลางเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดีเซลเกือบ 41% ของยุโรป จอร์จ ชอว์ นักวิเคราะห์ของ Kpler กล่าวว่า “หากการขนส่งผ่านทะเลแดงเผชิญกับการหยุดชะงักเพิ่มอีก มีความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดดีเซลทั่วโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว เผชิญกับการขาดแคลนมากขึ้น ตลาดดีเซลโลกจึงยังมีความเปราะบาง เนื่องจากกำลังการกลั่นยังคงเป็นคอขวดสำคัญ” ราคาดีเซลค้าปลีกสหรัฐฯ ทำนิวไฮ ราคาดีเซลเฉลี่ยหน้าปั๊มในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในเดือนนี้เป็นครั้งแรก ขณะที่ปริมาณน้ำมันในคลังสำรองยังอยู่ต่ำกว่าระดับปกติ แม้จะเดินเครื่องการผลิตเกือบเต็มกำลัง โดยสต็อกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นราว 600,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา แตะ 96.97 ล้านบาร์เรล แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังเกือบ 15% ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนก.ย. ราคาดีเซลเอเชียใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกัน ราคาดีเซลในเอเชียอยู่ในระดับสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางและรัสเซีย และขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคาดีเซลอ้างอิงของเอเชีย หรือสัญญาแลกเปลี่ยนดีเซล ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมี.ค. มาเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ วันที่ 18 ก.ย. แต่ก็ยังสูงกว่าระดับก่อนเกิดสงครามถึง 2 เท่า การส่งออกดีเซลของจีนที่ลดลงหลังสงครามอิหร่านมีแนวโน้มทำให้อุปทานในตลาดโลกตึงตัวขึ้น โดยการส่งออกน้ำมันของจีนลดลง 26% ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังรัฐบาลจีนตัดสินใจจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ที่มา Reuters |