| GCAP GOLD ชี้จับตาราคาทองคำปรับลงใกล้ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ จุดต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ หนุน Bond Yield และเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวขึ้น รวมถึงความเสี่ยงเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังเพิ่มความผันผวนให้ตลาด แนะติดตามข้อมูลแรงงานและเงินเฟ้อสหรัฐฯ พร้อมรอให้ราคาสร้างฐานก่อนพิจารณาสะสม นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่าราคาทองคำปรับลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังหลุดแนวรับเดิมที่ 4,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำให้ภาพระยะสั้นยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวต่อ ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่ตลาดคาด และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง เมื่อ Bond Yield และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ราคาทองคำจึงได้รับแรงกดดันตามไปด้วย GCAP GOLD ประเมินว่า ระยะสั้นควรจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำบริเวณ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 65,000 บาท ซึ่งเป็นระดับสำคัญหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยแนะนำให้รอราคาเริ่มสร้างฐานและมีสัญญาณแรงซื้อกลับ ก่อนพิจารณาเข้าลงทุน หากราคาฟื้นตัวมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200 – 4,225 ดอลลาร์/ออนซ์ (ทองคำไทยประมาณ 66,500-66,800 บาท) แต่หากราคาปรับลงต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ ควรรอประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ 4,065 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 64,700 บาท สำหรับ 3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาน้ำมันและสถานการณ์ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทิศทาง Bond Yield และเงินดอลลาร์ ซึ่งมีผลต่อแรงกดดันในตลาดทองคำ และ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อ PCE และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตลาดประเมินได้ชัดขึ้นว่าเฟดมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยอย่างไรในการประชุม 2ครั้งที่เหลือของปีนี้ "แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้นักลงทุนต้องการถือทองคำเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน แต่ในระยะนี้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกลับเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และหนุนให้ Bond Yield ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ จึงควรติดตามทั้งสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมรอให้ราคาสร้างฐานและมีแรงซื้อกลับก่อนพิจารณาเข้าลงทุน" นางสาวอารีรัตน์ กล่าว |