สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 พ.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 65.00 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 63.00 | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 62.00 | | บล.พาย | ซื้อ | 61.00 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 60.00 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 60.00 | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 59.00 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 59.00 | สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ 1Q69 ทำสถิติใหม่ (New High) อยู่ที่ประมาณ 8.8 - 9.12 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16 - 20% YoY และ 22 - 26% QoQ ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ราว 8 - 13% (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.9% ได้แรงหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปีก่อน วันหยุดยาว เทศกาลตรุษจีน และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ตรงใจผู้บริโภค (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + การขยายสาขาใหม่ทำได้ตามแผน โดยในไตรมาสนี้เปิดเพิ่ม 139 สาขา ทำให้มีสาขารวมกว่า 16,084 สาขา (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 28.1% เพิ่มขึ้น 20-30 bps YoY จากสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทาน (RTE) และเครื่องดื่มที่มีมาร์จิ้นสูง (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ได้รับอานิสงส์จากการปลดล็อกขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ช่วง 14.00 - 17.00 น.) ทำให้สามารถขายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ 11.00 - 24.00 น. (บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.พาย) + ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 19.8% (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) + แนวโน้มกำไร 2Q69 คาดว่ายังเติบโต YoY ได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยฤดูกาลหน้าร้อนที่ช่วยหนุนยอดขายเครื่องดื่มและสินค้าคลายร้อน (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) + ราคาหุ้นปัจจุบันยัง Laggard ตลาดและซื้อขายในระดับ Valuation ที่น่าสนใจ โดยมี PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) สรุปปัจจัยลบ- แนวโน้มกำไร 2Q69 อาจอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากกำไรของ CPAXT ที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้น หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) - ประเด็นการนำบริษัทย่อยเข้ากลุ่ม Virtual Bank เป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (บล.ฟิลลิป) - มาตรการ "ไทยพลัส" ที่จะออกมาในช่วงกลางปีอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อ SSSG ของร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตในช่วงปลายไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) - รายได้อื่นๆ ที่สูงเกินคาดในไตรมาสนี้อาจมีความไม่แน่นอนในอนาคต เนื่องจากขึ้นอยู่กับการต่อรองกับคู่ค้า (Supplier) และความสำเร็จของแคมเปญการตลาดในแต่ละช่วง (บล.เคจีไอ)
|