KTAM เห็นโอกาสเติบโตจากหุ้นชั้นนำในเกาหลีใต้ เปิดขาย KT-KOREA IPO 18-22 พ.ค.นี้

รูป KTAM เห็นโอกาสเติบโตจากหุ้นชั้นนำในเกาหลีใต้ เปิดขาย KT-KOREA IPO 18-22 พ.ค.นี้

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ค. 69 13:16 น.

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง จากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ รวมถึงการผลักดันนโยบาย “Value-Up Program” เพื่อยกระดับมูลค่าตลาดทุนจากภาครัฐ

นอกจากนี้ Valuation ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นพัฒนาแล้วหลายแห่ง ทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลกในระดับราคาที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มโอกาสกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนไปยังเศรษฐกิจเอเชียที่มีศักยภาพเติบโตสูง บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเคแทม South Korea Equity Passive (KT-KOREA) (ความเสี่ยงระดับ 6) เปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18 – 22 พ.ค. 69 นี้

กองทุน KT-KOREA เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares MSCI South Korea ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ทั้งนี้ กองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟ ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของประเทศเกาหลีใต้ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MSCI Korea 25/50 Index (ดัชนีอ้างอิง) เพื่อมุ่งหวังให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ จากการอยู่ในช่วงการปรับมูลค่าใหม่ตามกระแสการเติบโตของเทคโนโลยี AI ทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศ นำโดย Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ยังมีระดับมูลค่าหุ้นอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้น AI ชั้นนำระดับโลก โดย Forward P/E ของทั้งสองบริษัทยังอยู่เพียงประมาณ 6-7 เท่า ซึ่งสะท้อนโอกาสการเติบโตที่ยังมีอยู่ในระยะข้างหน้า (ที่มา: KTAM, Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ค. 69)

โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 69 กองทุนหลักได้มีการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มบริษัทชั้นนำในเกาหลีใต้ โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ Samsung Electronics Ltd บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก, SK Hynix Inc บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำ

โดยเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักและผู้นำเทคโนโลยีชิปหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบัน, Hyundai Motor บริษัทผลิตรถยนต์และยานยนต์ข้ามชาติสัญชาติเกาหลีใต้, KB Financial Group Inc กลุ่มบริษัทโฮลดิ้งทางการเงินชั้นนำ ดำเนินธุรกิจให้บริการทางการเงินและธนาคารอย่างครบวงจรทั้งในเกาหลีใต้และระดับสากล และ SK Square LTD บริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนระดับโลกที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มธุรกิจ SK Group ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการและลงทุนเชิงรุกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

นอกจากนี้ กองทุนหลักได้มีการกระจายสัดส่วนการลงทุนหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นในกระจายการลงทุนไปยังกลุ่ม IT 44.91%, Industrials 21.52%, Financials 11.29%, Consumer Discretionary 7.25% และ Health Care 4.33 (ที่มา: iShares, ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 69 ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนและหลักทรัพย์ที่ลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก)

"เรามองว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ด้าน AI และเทคโนโลยีโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำในกลุ่ม Semiconductor และเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและระดับราคาหุ้นที่ยังน่าสนใจ จึงอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มทางเลือกการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว” นางชวินดา กล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 และธนาคารกรุงไทย หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนที่สำคัญ : ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสาร ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่มธุรกิจ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ และความเสี่ยงที่เกิดจากการย้ายการลงทุนไปกองทุนอื่น

คำเตือน กองทุนนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับเงินคืนต่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน


แท็กที่เกี่ยวข้อง