NATO เตรียมถกช่วยเรือผ่านฮอร์มุซ หากปิดล้อมยังลากยาวเกินก.ค.

รูป NATO เตรียมถกช่วยเรือผ่านฮอร์มุซ หากปิดล้อมยังลากยาวเกินก.ค.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 17:11 น.

NATO จ่อถกบทบาทช่วยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานกดดันตลาดโลกและบอนด์ยีลด์พุ่ง

Bloomberg รายงานว่า NATO กำลังหารือความเป็นไปได้ในการช่วยให้เรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางน้ำสำคัญแห่งนี้ยังไม่กลับมาเปิดเต็มรูปแบบภายในต้นเดือนกรกฎาคม แม้แนวคิดดังกล่าวจะสะท้อนความพยายามลดความเสี่ยงด้านการเดินเรือ แต่ข้อเสนอยังไม่ได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ และยังไม่ชัดเจนว่า NATO จะรับประกันความปลอดภัยให้เรือพาณิชย์ได้อย่างไร

ประเด็นนี้สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลกอย่างชัดเจน เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อการขนส่งพลังงานจำนวนมาก หากความตึงเครียดยืดเยื้อ ราคาพลังงาน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รวมถึงธนาคารกลางหลักอื่น ๆ อาจต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้เดิม

ยีลด์พันธบัตรพุ่ง สะท้อนตลาด reprice ความเสี่ยง

สัญญาณจากตลาดตราสารหนี้สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดเจน โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีปรับขึ้น 7 basis points สู่ระดับ 5.20% ในวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมานับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินโลก การขยับขึ้นพร้อมกันของยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย บ่งชี้ว่าตลาดกำลังปรับมุมมองต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและภาระงบประมาณภาครัฐ ทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อถือสินทรัพย์ระยะยาว

แรงขายในตราสารหนี้ดังกล่าวยังส่งผลต่อการจัดพอร์ตในภาพรวม โดย หุ้นเติบโต และหุ้นที่มีมูลค่าปัจจุบันระยะยาวมักอ่อนไหวต่ออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นมากกว่ากลุ่มที่มี กระแสเงินสดสั้น หรือมีอำนาจตั้งราคาสูง ขณะเดียวกันตลาดหุ้นสหรัฐและพันธบัตรอายุยาวยังเผชิญความเปราะบางจากความผันผวนของยีลด์ที่อาจดำเนินต่อไป หากข้อมูลเศรษฐกิจและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย

ผลกระทบต่อหุ้นไทยและสินทรัพย์ปลอดภัย

สำหรับตลาดหุ้นไทย ข่าวนี้เชื่อมโยงผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และกลุ่มธุรกิจที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจผันผวนและกระทบกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูง เช่น ขนส่ง ปิโตรเคมี และธุรกิจที่มีมาร์จิ้นบาง ขณะที่กลุ่มพลังงานและหุ้นที่โยงกับสินค้าโภคภัณฑ์อาจได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง หุ้นธนาคาร และบางธุรกิจการเงินอาจได้ประโยชน์จากโครงสร้างดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในบางช่วง แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนลง ส่วน ทองคำ ยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในภาวะภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดและบอนด์ผันผวน ทว่าหาก real yield ปรับตัวสูงขึ้นมาก ราคาทองคำก็อาจถูกกดดันได้เช่นกัน

โดยรวมแล้ว ตลาดกำลังเผชิญสมการที่ซับซ้อนระหว่างความเสี่ยงด้านการเดินเรือ ภาวะเงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งพัฒนาการในช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมัน และการเคลื่อนไหวของยีลด์พันธบัตรอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านี้มีโอกาสกำหนดทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุน

  • ติดตามความคืบหน้าการเจรจาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด
  • ระวังสินทรัพย์อายุยาวที่ไวต่อ ยีลด์ ที่ปรับขึ้น
  • พิจารณากลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์เป็นตัวกันความเสี่ยงบางส่วน
  • กระจายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ตลาดเงินหรือสินทรัพย์อายุสั้นในช่วงความไม่แน่นอนสูง

แท็กที่เกี่ยวข้อง