| ตลท. ร่วมกับ ก.ล.ต. จัดตั้งมาตรฐานความรู้กรรมการไทย (TDS) และหลักสูตร CTD เพื่อส่งเสริมกรรมการบริษัทจดทะเบียนเข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุน พร้อมยกระดับสู่กรรมการมืออาชีพ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยภายในงาน "Professional Board Forum 2026 "ยกระดับสู่กรรมการมืออาชีพ" ว่าตลาดหลักทรัพย์ฯและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร่วมกันจัดทำมาตรฐานความรู้สำหรับกรรมการไทย (TDS) เพื่อส่งเสริมให้กรรมการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุน รวมถึงก้าวไปสู่กรรมการมืออาชีพ สำหรับมาตรฐาน TDS มี 6 องค์ความรู้ ได้แก่ 1.บทบาทและการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการอย่างมีประสิทธิผล,2.ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง,3.ความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีและการเงิน,4.การกำกับดูแลความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ขององค์กร,5.การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และ6.การรายงานและการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งทั้งหมดเป็นความรู้ที่น่าจะสำคัญสำหรับการเป็นกรรมการไม่ว่าในบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทจำกัด โดยสามารถนำมาใช้ได้หมดทุกอย่าง ขณะที่เพื่อให้ความรู้เหล่านี้กระจายไปได้มากยิ่งขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงได้มีการจัดตั้งหลักสูตร Certified Thai Director program (CTD) ขึ้นมา เพื่ออยากจะให้ผู้คนเข้าถึงความรู้ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนากรรมการมาตลอดและเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่จะอยากจะดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นมา "ทุกวันนี้เราเจอความผันผวนอย่างหลากหลาย โดยช่วง 3 วันที่ผ่านมาเกิดปัญหาเรื่องน้ำท่วม ซึ่งใครคิดว่ากรุงเทพฯจะท่วมได้ขนาดนี้และปีที่แล้วเจอปัญหาแผ่นดินไหวทั้งกรุงเทพฯลงมาอยู่ที่ถนนก็ไม่เคยเจอกันในชีวิตเรามาก่อน รวมถึงปีนี้เจอทั้งปัญหาสงครามทำให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะบริหารจัดการยังไง ความเสี่ยงเหล่านี้ โดยผมเชื่อว่ากรรมการและคณะกรรมการบริษัทมีบทบาทความสำคัญในการช่วยเหลือคณะผู้บริหารของแต่ละบริษัทให้ผ่านพ้น เพื่อให้สร้างกลยุทธ์ที่ยั่งยืนได้" นายอัสสเดช กล่าว นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่เห็นโครงการนี้เป็นรูปธรรมและได้มีการเริ่มต้นในวันนี้ เนื่องจากหากย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โจทย์ใหญ่อันหนึ่งก็คือการที่จะทำยังไงที่จะทำให้การกำกับดูแล (Governance) ในตลาดทุนสามารถที่จะยกระดับได้ ซึ่งกุญแจที่สำคัญสำหรับบริษัทจดทะเบียนก็คือบทบาทของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ก.ล.ต. อยากจะมุ่งเน้นให้ทุกท่านเห็นการทำหน้าที่ของคณะกรรมการที่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ Principles of Good Governance ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางตาม OECD CG Principles ที่มุ่งให้กรอบกฎหมาย กฎเกณฑ์ และกลไกของตลาดทุน ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความมีประสิทธิภาพของตลาดทุน ซึ่งหลักการเหล่านี้สะท้อนเป้าหมายที่สำคัญว่า ตลาดทุนที่น่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากการมีกฎเกณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการที่ผู้ระดมทุน บริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งด้วย และบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งของบริษัทจดทะเบียนก็คือ การมีคณะกรรมการที่สามารถทำหน้าที่กำกับดูแลได้อย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามที่สำคัญหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะเกิดคุณค่าได้จริงก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงในการประชุมบอร์ด ในการตัดสินใจขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า การยกระดับ Board Governance ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยกรรมการต้องตั้งคำถามได้อย่างเป็นอิสระ มองข้อมูลอย่างรอบด้าน กล้าทักท้วงเมื่อเห็นความเสี่ยง ดูแลให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลอย่างมีคุณภาพ และกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจสามารถเดินไปได้อย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมโดยรวม ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างการเติบโตของธุรกิจในวันนี้กับการสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจในระยะยาว "การยกระดับคุณภาพของคณะกรรมการเป็นสิ่งที่สำนักงาน ก.ล.ต.ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบทบาทของ ก.ล.ต. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกำหนดหลักเกณฑ์หรือการบังคับใช้กฎหมาย แต่รวมถึงการสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต.จึงได้ดำเนินการหลายด้าน ทั้งการพัฒนาหลักเกณฑ์ให้เท่าทันกับบริบทตลาดทุน รวมไปถึงการยกระดับการรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรการสากล รวมถึงการยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน" นางพรอนงค์ กล่าว ขณะเดียวกันสำนักงาน ก.ล.ต. ยังมีภารกิจต่อเนื่องจากการประเมินที่เราจะเข้าเป็นตามกติกาสากลของ OECD ถึงแม้เราจะมี CG Code มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งก็ยังเชื่อว่า CG Code ของเรายังครอบคลุมในประเด็นสำคัญได้ค่อนข้างจะมีความครอบถ้วน แต่เพื่อที่จะให้ทุกคนทุกฝ่ายมั่นใจ สำนักงาน ก.ล.ต.กำลังปรับปรุง CG Code ให้เป็นสากลและทันสมัยมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้คณะกรรมการหรือบอร์ด เห็นถึงความสำคัญและคุณภาพในการกำกับดูแลในเรื่องต่อไปนี้ "กุญแจสำคัญของวันนี้ก็คือ การมาปรับ Mindset กันว่าความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญมีเรื่องของอะไรบ้าง แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้เรายืนได้อย่างภาคภูมิใจในการทำบทบาทของเรา ก็คือการตระหนักถึงสิ่งที่ถูกต้อง และต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ถ้าเราสร้างลักษณะของคณะกรรมการในคุณลักษณะแบบนี้ได้ ฉันเชื่อว่าเราจะได้เห็นบริษัทจดทะเบียนที่เข้มแข็งขึ้น ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น และตลาดทุนไทยจะมีความสามารถในการเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน" นางพรอนงค์ กล่าว |