"เอกนัฏ" ประเดิมงานแรก สั่ง กบง. ลดราคาดีเซล B7 - B20 จาก "หน้าโรงกลั่น" ลง 2 บาท คาดลงประกาศราชกิจจาในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.69) ก่อนนัดหารือ กบน. พิจารณาลดราคาหน้าสถานีบริการ พร้อมเร่งผู้ประกอบการติดตั้งหัวจ่าย -จำหน่าย B20 ให้กลุ่มรถบรรทุก เพื่อลดภาระต้นทุนภาคขนส่ง นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบง. วันนี้ (7 เม.ย.69) มีมติลดราคาดีเซล B7 - B20 จาก "หน้าโรงกลั่น" ลง 2 บาท/ลิตร "โรงกลั่นในฐานะผู้ประกอบการต้องช่วยรับผิดชอบแบกภาระรับผิดชอบน้ำมันที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ โดยคณะกรรมการ คตร. ได้เก็บและยืนยันตัวเลขจริงว่าค่าการกลั่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหน้าโรงกลั่น ซึ่งค่าการกลั่น มี.ค.-เม.ย.เพิ่มขึ้นผิดปกติ ตัวเลขนี้ จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ในภาวะแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีคำสั่งให้ กบน.มีอำนาจกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น จึงอาศัยกลไกนี้ที่เป็นครั้งแรกเกิดขึ้น กำหนดราคาอ้างอิงสิงคโปร์มากำหนดการลดราคาที่ "หน้าโรงกลั่น" เบื้องต้นที่ประชุม กบง. เห็นว่าลดราคาดีเซล B7 และ B20 จากหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร ซึ่งจากนี้ จะนำข้อมูล เม.ย. นำมาพิจารณาการลดราคารอบต่อไปว่าจะสามารถลดราคาได้มากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ การลดราคาหน้าโรงกลั่น ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อราายได้ผู้ประกอบการ แต่ยืนยันจะไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ในการจัดซื้อน้ำมัน หลัง กบง. มีมติลดราคาหน้าโรงกลั่น B7 และ B20 จากหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร แล้ว จากนี้จะมีการร่างประกาศลงนามในราชกิจานุเบกษา คาดมีผลวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.69) จากนั้นจะมีเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาการลดราคาหน้าสถานีบริการน้ำมัน และในอนาคต หรือในอีก 1- 2 สัปดาห์ หากมีการลดราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นอีก จะสามารถนำเงินส่วนหนึ่งเพื่อลดราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการได้อีก โดยไม่เป็นภาระกองทุนน้ำมันมากขึ้น หรือ นำไปลดภาระเพื่อรักษาสถานะกองทุนน้ำมัน รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่คนไทยผลิตได้เอง เพื่อลดการนำเข้า จึงประสานสถานีบริการน้ำมัน ให้เร่งติดตั้งหัวจ่าย และจำหน่าย B20 กลุ่มรถบรรทุก และ จะชดเชย B20 เป็นกรณีพิเศษ เพื่อลดภาระต้นทุนภาคขนส่ง ไม่ให้เกิดปัญหาการผลักภาระให้ผู้บริโภค โดยภายใน 20 เม.ย.69 จะเริ่มเปิดตัวจ่าย B20 ให้เพียงพอกับถนนสายหลัก ในทุก 100 กิโลเมตร |