Krungthai COMPASS หั่นเป้าท่องเที่ยวปี 69 เหลือ 32.1 ล้านคน เตือนรายได้เสี่ยงหดแรงกว่า 13% หากสงครามยืดเยื้อ

รูป Krungthai COMPASS หั่นเป้าท่องเที่ยวปี 69 เหลือ 32.1 ล้านคน เตือนรายได้เสี่ยงหดแรงกว่า 13% หากสงครามยืดเยื้อ

efinAI


Krungthai COMPASS คาดท่องเที่ยวไทยปี 69 เหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.1 ล้านคน ขณะที่รายได้อาจหด 5.2% เสี่ยงลดลงถึง 13.6% หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ระบุว่า แม้ภาคท่องเที่ยวไทยช่วงต้นปี 2569 จะมีสัญญาณฟื้นตัว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 2 เดือนแรกอยู่ที่ 6.5 ล้านคน หรือเกือบ 90% ของระดับก่อนโควิด-19 แต่สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยผ่านความเสี่ยงด้านการบิน หรือ Aviation Disruption ทั้งการปิดน่านฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นในการเดินทางที่ลดลง

ผลกระทบเริ่มเห็นชัดในเดือนมีนาคม 2569 โดยนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยเหลือเพียง 1.2 หมื่นคน ลดลง 33.3% จากปีก่อน จากข้อจำกัดด้านการบินและการปิดน่านฟ้า ก่อนที่แรงกดดันจะลุกลามสู่ตลาด Long-haul ในเดือนเมษายน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนราว 25% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด หดตัว 15.6% จากปีก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางลดลงรุนแรงถึง 57.1%

แม้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยขยายตัว 15.7% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี จากการเพิ่มเที่ยวบินตรงและกิจกรรมส่งเสริมตลาด แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวมาเลเซียและกลุ่ม Long-haul ได้ ส่งผลให้ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 11.7 ล้านคน ลดลง 3.4% และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 6.06 แสนล้านบาท ลดลง 1.9%

กลุ่มนักท่องเที่ยว Long-haul ที่มีการใช้จ่ายสูง เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และตะวันออกกลาง มีความเสี่ยงจาก Aviation Disruption สูง เนื่องจากต้องพึ่งพาการต่อเครื่องผ่าน Hub ในตะวันออกกลาง และมีระยะทางบินไกล ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดน่านฟ้า การเปลี่ยนเส้นทางบิน และต้นทุนค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น

โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย 25-80% ส่งผลให้ความเสี่ยงของไทยไม่ได้อยู่เพียงแค่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่รวมถึงการสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงด้วย

แนวโน้มทั้งปี 2569 ประเมินไว้ 2 กรณี ได้แก่ กรณีฐาน (Base Case) หากสงครามยุติภายในเดือนมิถุนายน คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 32.1 ล้านคน สร้างรายได้ 1.46 ล้านล้านบาท ลดลง 2.5% และ 5.2% ตามลำดับ ส่วนกรณีเลวร้าย (Downside Case) หากสงครามยืดเยื้อตลอดปี คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเหลือ 29.4 ล้านคน และรายได้ลดลงเหลือ 1.33 ล้านล้านบาท หดตัว 10.7% และ 13.6%

ทั้งนี้ ผลกระทบมีแนวโน้มกระจุกตัวในจังหวัดท่องเที่ยวหลักที่พึ่งพาตลาดยุโรปและตะวันออกกลางสูง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโรงแรมระดับกลาง-บน รีสอร์ต และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูงจำนวนมาก รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และระบบขนส่งท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบตามมา

Krungthai COMPASS เสนอว่า การรับมือไม่ควรเน้นเพียงการกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวระยะสั้น แต่ภาครัฐควรเร่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ SMEs ผ่านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพ ความยั่งยืน และการรับมือกับความผันผวนในระยะยาว

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย