IFS เข้าตลาดหุ้นใน 2 ปี ท่ามกลางความผันผวนของ AI

รูป IFS เข้าตลาดหุ้นใน 2 ปี ท่ามกลางความผันผวนของ AI

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 69 12:46 น.

 

IFS เข้าตลาดหุ้นภายใน 2 ปี โดยบริษัทมองกรอบเวลา IPO ไปที่ปี 2027-2028 หลังเลื่อนแผนเดิมจากความไม่แน่นอนของตลาด ขณะที่ผู้บริหารย้ำว่าการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกเป็นสิ่งที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” และบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ต่อไป

กลุ่มซอฟต์แวร์ IFS กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในช่วงสองปีข้างหน้า โดยขยับกรอบเวลาการทำ IPO ไปที่ปี 2027/2028 จากเดิมที่เคยวางแผนไว้ในปีหน้า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดหลังจากความขัดแย้งในอิหร่าน ซึ่งทำให้บริษัทเลือกชะลอแผนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมกว่า

Mark Moffat ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระบุว่า การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO เป็นสิ่งที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” และบริษัทต้องการสร้างความแตกต่างจากผู้เล่น AI รายอื่นที่เผชิญความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นบริการระดับมืออาชีพ

IFS วางตำแหน่งตัวเองด้วยแนวทางการนำ AI ไปใช้ในภาคการผลิต ซึ่งช่วยให้บริษัทแตกต่างจากคู่แข่งที่เน้นเทคโนโลยีในบริการระดับมืออาชีพ บริษัทระบุว่ากำลัง “เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์” พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างขีดความสามารถต่อไปก่อนเข้าสู่ตลาดทุน

ลูกค้าของ IFS ได้แก่ Rolls-Royce, HomeServe, E.On และ Boston Dynamics โดยบริษัทใช้ AI ในการวางแผนเส้นทางของวิศวกรเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงสร้าง “digital twin” ของโรงงานเพื่อลดการหยุดชะงักในการผลิตที่มีต้นทุนสูง

รายได้ IFS โตต่อเนื่องก่อน IPO

ด้านผลประกอบการ IFS มีรายได้ประจำปี 1.28 พันล้านยูโร ในปีก่อน และ Mark Moffat คาดว่ารายได้ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 1.7 พันล้านยูโร นอกจากนี้รายได้ประจำปีเติบโต 25% ในไตรมาสแรกของปี 2026 และบริษัทมีอัตรากำไรเฉลี่ย 34% ของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความพร้อมของ IFS ในการเข้าสู่ตลาดทุนในช่วงที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพของธุรกิจซอฟต์แวร์ การเติบโตของรายได้ และความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะเมื่อบริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์ AI ในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ภูมิหลังของ IFS และฐานผู้ลงทุน

IFS ก่อตั้งในสวีเดนเมื่อปี 1983 และถูกซื้อโดย EQT ในปี 2015 ก่อนถูกถอดออกจากตลาดหุ้นสตอกโฮล์ม ต่อมาในปี 2025 นักลงทุนอย่าง Abu Dhabi Investment Authority, Canadian Pension Protection Investment Board, TA Associates และ Generation Investment Management ของ Al Gore ได้เข้าร่วมเป็นผู้ลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งช่วยเสริมฐานทุนของบริษัทก่อนการกลับสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง

นักลงทุนควรติดตามอะไรต่อจากนี้

  • ติดตามว่าบริษัทจะเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในกรอบเวลา 2027/2028 หรือมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม
  • ติดตามพัฒนาการของรายได้ปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.7 พันล้านยูโร
  • ติดตามความต่อเนื่องของการเติบโต 25% ในไตรมาสแรกของปี 2026 และอัตรากำไรเฉลี่ย 34%
  • ติดตามผลกระทบต่อการแข่งขันของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง