| นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค. ซึ่งจะเผยแพร่คืนนี้ (30 ก.ย.) ตามเวลาไทย ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง จึงอาจยังไม่มีสัญญาณที่จะหักล้างแนวโน้มว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะชะลอหรือยุติการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดย Dow Jones ระบุว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) และดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เดือนส.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือนทั้งสองส่วน ส่วนเมื่อเทียบรายปี คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 3.7% ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก.ค. ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟดอย่างมาก สะท้อนว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ แทบไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัวลงในเร็ว ๆ นี้ แดน นอร์ท นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Allianz Trade มองว่า “เฟดจะรอดูข้อมูลนี้และบอกว่า เงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ขยับ ซึ่งผมไม่คาดหวังว่า เงินเฟ้อจะเริ่มกลับมาลดลงอย่างชัดเจน หรือมีหลักฐานที่บ่งชี้เช่นนั้น” และเพิ่มเติมว่า “เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายมาก ผมคิดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อฝังลึกในระดับมากพอที่เฟดไม่อาจมองข้ามหรือหาคำอธิบายที่ช่วยคลายแรงกดดันได้” เฟดส่งสัญญาณเพิ่มเติม-หนุนขึ้นดอกเบี้ย คุมเงินเฟ้อ ไมเคิล บาร์ หนึ่งในผู้ว่าการเฟดระบุว่า ปัจจัยทั้งจากมาตรการภาษีและสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ต้องสะดุดลง และยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะกลับสู่เป้าหมายได้ในเวลาที่เหมาะสม และย้ำว่า เฟดมีแนวโน้มจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ แม้จะไม่ได้ระบุระดับที่แน่นอนก็ตาม ด้านจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขานิวยอร์ก ระบุถึงปัจจัยอีกประการที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง นั่นคือการขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมไปถึงความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการลงทุน อย่างไรก็ดี เกณฑ์ชี้วัดอื่น ๆ ให้สัญญาณที่น่าพอใจเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยราคาบริการด้านที่อยู่อาศัยชะลอตัวลง และยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ปัจจัยจากตลาดแรงงานกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ขณะที่แรงกดดันจากมาตรการภาษีได้คลี่คลายลงไปมากแล้ว ในแง่การกำหนดนโยบายนั้น วิลเลียมส์มีท่าทีในเชิงผ่อนคลายมากกว่าบาร์ โดยระบุว่า ไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยและยังมีเวลารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม แต่คาดว่า อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ เงินเฟ้อสูง แต่ผู้บริโภคยังจับจ่าย นักเศรษฐศาสตร์ใน Wall Street คาดว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งขึ้นอีกครั้ง ขณะที่การใช้จ่ายเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% โดย Bank of America รายงานว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนพลังงานจะพุ่งขึ้นก็ตาม ส่วนการใช้จ่ายผ่านหนี้และบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อน ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.ย. ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้จ่ายที่สืบเนื่องจากราคาพลังงาน ซึ่งพบว่าค่าใช้จ่ายในฝั่งน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นถึง 26.5% แต่หากไม่นับรวมการใช้จ่ายส่วนนี้ การใช้จ่ายโดยรวมยังเพิ่มขึ้น 5.7% ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 12 ปี กังวลเศรษฐกิจ-ตลาดแรงงาน ข้อมูลจาก Conference Board ที่เผยแพร่เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง 6.7 จุด มาอยู่ที่ 81.9 จุดในเดือนก.ย. ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าประมาณการในผลสำรวจของบลูมเบิร์ก ทั้งนี้ มุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังลดลงเกือบ 8 จุด แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่การคาดการณ์ในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนความกังวลเรื่องค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์จาก Pantheon Macroeconomics ระบุว่า “แม้ราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในบางส่วนของเศรษฐกิจ แต่แรงกดดันระลอกใหม่ต่อรายได้ที่แท้จริงจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโต และทำให้เฟดจำเป็นต้องระมัดระวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม” ที่มา CNBC และ Bloomberg |