(อัพเดต) กบง. เคาะลดราคาหน้าโรงกลั่น เพิ่มเป็น 5 บาท รอประกาศราชกิจจา ก่อนมีผลราคาหน้าปั๊มทันทีพรุ่งนี้

รูป (อัพเดต) กบง. เคาะลดราคาหน้าโรงกลั่น เพิ่มเป็น 5 บาท รอประกาศราชกิจจา ก่อนมีผลราคาหน้าปั๊มทันทีพรุ่งนี้

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 69 11:49 น.

กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเพิ่มอีก 3 บาท จากเดิม 2 บาท เพิ่มเป็น 5 บาท เตรียมประกาศในราชกิจจาฯ วันนี้ ก่อนจะมีผลต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการพรุ่งนี้ ควบคู่การลดภาระกองทุนน้ำมันเเชื้อเพลิง "เอกนัฎ"แย้มเตรียมปรับลดอีกรอบ หลัง 9 พ.ค.นี้ หลังยังมีผลประโยชน์ส่วนเกินที่ใช้ได้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันนี้ (23 เม.ย.69) มีมติให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 บาท มาเป็น 5 บาท มีผลจนถึงวันที่ 9 พ.ค.69 โดยจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันนี้ และจะมีผลต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.69)

การพิจารณาลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น เนื่องจาก ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ค่าการกลั่นสูงเฉลี่ย 14 บาท และ กบง. อนุญาตให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง นำส่งตัวเลขต้นทุนนำที่สูงกว่าปกติ เช่น ค่าประกันหรือค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และที่ประชุมพิจารณาค่าการกลั่นทั้งจากน้ำมันดีเซลและเบนซิน พบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกินราว 5,000 ล้านบาท และเมื่อรวมส่วนต่างที่ปรับลดลงทั้ง 2 ครั้ง มีผลประโยชน์ส่วนเกินรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่นได้

"ตรงนี้เป็นตัวเลขตั้งต้นในการลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำไปลดราคาหน้าปั๊ม และอีกส่วนหนึ่งจะไปลดภาระกองทุนฯ เพราะกองทุนเป็นหนี้ หากไม่รีบใช้หนี้ผู้ใช้รถก็ยังใช้น้ำมันราคาแพงผิดปกติ ก็จะบริหาร 2 ส่วนนี้ไปพร้อมกัน"

และหลังวันที่ 9 พ.ค. 69 จะพยายามหาทางลดราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มอีกลิตรละ โดยได้ขอให้ผู้ประกอบการทั้ง 6 โรงกลั่น ส่งตัวเลขต้นทุนที่จริงกลับมา เพื่อพิจารณาหาจุดที่เหมาะสม และเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกิน จะหักลบออกไป

ขณะที่ฐานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังติดลบราว 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างบริหารจัดการ ตั้งเป้าให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 20,000 ล้านบาท พื่อไม่ให้กระทบต่อสถานะกองทุน และกระทบความเชื่อมั่นของประเทศ


ทั้งนี้ที่ประชุม กบง. ยังได้มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน และดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศในช่วงภาวะวิกฤตพลังงาน โดยให้ยกเลิกประกาศ กบง. ลงวันที่ 8 เม.ย.69 และกำหนดอัตราปรับลดราคา ณ โรงกลั่นใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 24 เม.ย.69 ถึงวันที่ 9 พ.ค.69 ปรับลด 5.00 บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10 พ.ค.69 ถึงวันที่ 19 พ.ค.69 ปรับลด 3.00 บาทต่อลิตร


การพิจารณามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการติดตามสถานการณ์ด้านราคาน้ำมันและต้นทุนการกลั่นอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ กบง. มีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.00 บาทต่อลิตร และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นมา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดราคาขายปลีกน้ำมันแก่ประชาชน


จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวันที่ 1–16 เมษายน 2569 พบว่า เมื่อพิจารณาตามหลักการที่คำนึงถึงต้นทุนส่วนเพิ่มจากสถานการณ์ผิดปกติช่วงวิกฤตพลังงาน อาทิ Crude Premium, Product Premium, War Risk Premium, ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ยังปรากฏผลประโยชน์ส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 3.43 บาทต่อลิตร จึงเห็นควรนำผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม ภายใต้การคำนึงถึงความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมันด้วย


นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ดำเนินการปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแยกรายละเอียดต้นทุนและองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำมากขึ้น อันจะช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง


"มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน เป็นการดูแลสมดุลระหว่างค่าครองชีพของประชาชนกับเสถียรภาพพลังงานของประเทศ โดยมุ่งบรรเทาภาระให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้ามาตรการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยจะจัดทำและประกาศ กบง. เรื่อง การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ฉบับที่ 2 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป" นายเอกนัฏ กล่าว



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย