คลัง เล็งเสนอรัฐบาลใหม่ ลดภาษีน้ำมัน-ออกพ.ร.ก.กู้เงิน รับวิกฤตราคาน้ำมันโลก พร้อมเตรียมมาตรการอื่นเพิ่มอุ้มผู้ประกอบการ-ประชาชน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ ราคาน้ำมันโลกผันผวน และกระทบต่อ ราคาน้ำมันในประเทศ ขณะนี้กระทรวงการคลังได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งแนวทาง ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน และ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน -ปัจจุบันยังคงใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกลไกหลักในการดูแลเสถียรภาพราคาในระยะสั้น โดยติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน อย่างไรก็ตาม หากกองทุนถึงขีดจำกัด อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการภาษีเข้ามาเสริม “สิ่งที่เตรียมการคือ เมื่อกองทุนน้ำมันถึงขีดจำกัด เราคงต้องใช้ในเรื่องของภาษีสรรพสามิต แต่วันนี้ยังไม่สามารถลดภาษีสรรพสามิตได้ เพราะมีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ณ วันนี้ แต่ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเตรียมพร้อม สำหรับเครื่องมือที่จะดูแลประชาชนไว้เรียบร้อย”นายเอกนิติ กล่าว -สำหรับสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ ซึ่งเกิดจากวิกฤตราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยทุกประเทศเจอวิกฤตนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ กลุ่มคน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ วันนี้ ให้เตรียมมาตรการแต่ละจุด เพื่อดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากแต่ละกลุ่มคนและแต่ละกลุ่มผู้ประกอบการได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน -“แม้วันนี้มาตรการจะยังไม่สามารถออกมาได้ แต่อยากให้เตรียมพร้อมไว้ สำหรับเมื่อมีรัฐบาลใหม่ เพื่อเสนอได้ในทันที”นายเอกนิติ กล่าว -ส่วนการปาฐกถาพิเศษ THE Long Game เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย ประเมินว่า สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนชัดว่าเกมโลก ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่สร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนจากปัจจัยอื่น ๆ ที่ยังคาดเดาได้ยาก -เมื่อโลกเปลี่ยน โจทย์จึงไม่ใช่แค่การตั้งรับ แต่คือ จะอยู่รอดอย่างไร และคว้าโอกาสเพื่อเติบโตได้อย่างไร ในมุมเศรษฐกิจ ระเบียบโลกใหม่กำลังก่อตัว โดยมีอย่างน้อย 3 ประเด็นสำคัญที่เปลี่ยนไป การจะยืนอยู่ในเกมนี้ได้ จำเป็นต้องเข้าใจกติกาใหม่อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงวิเคราะห์หรือพูดถึง แต่ต้องลงมือปรับตัวให้ทัน “หากเข้าใจเกม วางตำแหน่งได้ถูก และลงมือทำอย่างจริงจัง จากที่เคยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ก็อาจพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะในเกมใหม่นี้ได้”นายเอกนิติ กล่าว เปิด 3 เกมใหญ่ ทำโลกเปลี่ยน 1.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลง และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เกิดโลกแตกขั้ว ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการลงทุน ซึ่งแหล่งสำคัญ คือ อาเซียน “เรื่องแรก จะเห็นการเร่งย้ายฐานมากขึ้น จากสงครามตะวันออกกลาง โดยสิ่งที่ไทยจะต้องเตรียมการ คือ การรองรับการย้ายฐานมาของการลงทุน และคน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ FDI ที่อยู่ในระดับสูง”นายเอกนิติ กล่าว 2.AI เปลี่ยนแน่นอน โดยหลายบริษัท เริ่มใช้ AI แทนคน แต่เมืองไทย อาจจะเป็นโอกาสได้ เพราะแรงงานยังไม่เพียงพอ แต่ทั้งนี้ จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเรื่องดิจิทัล ให้พร้อม เพื่อคว้าประโยชน์ และเกิดการต่อยอดได้ในอนาคต ซึ่งเป็นตัวสำคัญ โดยเฉพาะ Cloud Service , AI Service ทำให้ธุรกิจ และคนไทย ได้ประโยชน์สูงสุด “วันนี้จะทำอย่างไร ให้คนไทยส่วนใหญ่ได้ใช้ AI ซึ่ง AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่จะต้องเพิ่มทักษะให้ใช้ให้เป็น และจะใช้อย่างไรให้ปลอดภัย เพราะความเสี่ยงก็มาพร้อมโอกาส และโอกาส ก็มาพร้อมความเสี่ยงเช่นกัน”นายเอกนิติ กล่าว 3.เรื่อง Green หรือ สีเขียว โดยวันนี้สงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันสูง การปรับตัว เข้าสู่กรีน แม้ไม่สนใจ แต่ก็ต้องปรับตัว ซึ่งกรีนเอเนอจี้ จะช่วยในหลายอย่าง ทั้งพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด “วันนี้ราคาพลังงานทำให้เราต้องเปลี่ยนเร็วมาก สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ เราต้องเร่งลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สายส่ง ต้องเดินหน้าเปิด Direct PPA ให้เอกชนเข้ามาผลิตได้ ใช้สายส่งที่ภาครัฐลงทุน ซึ่งจะทำให้เกิดเร็ว และการลงทุนวันนี้ ทุกคนต้องการไฟสีเขียว และเมืองไทยทำได้ ให้เกิดการซื้อขายไฟตรง ยกระดับพลังงานสะอาดได้เร็ว”นายเอกนิติ กล่าว -สิ่งสำคัญ คือ เราจะอยู่อย่างไรให้เรารอด ไม่ตายไม่พอ แต่ต้องโตด้วย และการโต คือ การคว้าโอกาส ในการเข้าใจเกมของโลกใหม่ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษศาสตร์ ขณะที่เรื่อง AI จะทำให้ AI เป็นฐานยกระดับคนไทย ธุรกิจไทยเก่ง มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จะต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และให้ AI For ALL ช่วยยกระดับทั้งการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา สุดท้ายเรื่องกรีน จะต้องลงทุนที่สำคัญ ที่จะทำให้ไฟสะอาด โซลาร์ต่างๆให้เกิดขึ้น ภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และให้เอกชนร่วมลงทุน สุดท้ายการยกระดับประเทศได้ การลงทุนใน 3 เรื่องนี้ จะสำคัญ แต่จะต้องอยู่บนหลักการ 3 เรื่อง 1.ให้การเติบโตทั่วถึง ไม่ใช่โตกระจุกแค่รายใหญ่ไม่กี่คน ให้คนไทยตัวเล็ก ตัวน้อย ต้องใช้เป็น ถึงยกระดับศักยภาพคนไทยได้ 2.โตอย่างมีวินัย เพราะไทยใกล้ถึงระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี หากลงทุนอย่างคุ้มค่า มีวินัย จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ 3.ต้องร่วมกันทำ ภาครัฐคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ |