สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 เม.ย. 69 15:42 น.
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” เสนอขาย IPO 32 ล้านหุ้น เดินหน้าเข้า mai ชูแพลตฟอร์ม ERP–IoT–AI สร้าง Digital Ecosystem ครบวงจร
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) เตรียมเสนอขาย IPO 32 ล้านหุ้น คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปี 2569 เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจ ท่ามกลางแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบ ERP บน Microsoft การเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time ไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึกด้วย AI สร้าง Digital Ecosystem ที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ระดับปฏิบัติการถึงระดับบริหารอย่างครบวงจร พร้อมสะท้อนศักยภาพการเติบโตผ่านกำไรสุทธิที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในช่วง 2 ปีย้อนหลังเติบโตประมาณ 23% และในปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 51.97 ล้านบาท มีรายได้ 301.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% จากปีก่อน
นางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า QUICK ดำเนินธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบ ERP ที่ตอบโจทย์องค์กรทุกขนาด ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 20 ปี บริษัทมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า ดังนั้น ปรัชญาดังกล่าวสะท้อนผ่านชื่อ “QUICK” ที่สื่อถึงความสำคัญของเวลา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ของ QUICK เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 32,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 31.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry) เทคโนโลยี หมวดธุรกิจ (Sector) เทคโนโลยี ภายในปี 2569
สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากร (Academy & Talent Pool Program) การลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน (Working Capital) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต
นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) แบบครบวงจร โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตร (Partner) อย่างเป็นทางการจาก Microsoft Corporation (Microsoft) ในการให้บริการโซลูชันบนแพลตฟอร์ม Microsoft Dynamics 365 และได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Partner) ในสาขา Finance และ Supply Chain อีกทั้งยังได้รับรางวัลจาก Microsoft อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการให้บริการในระดับสากล
จากรากฐานด้าน ERP บริษัทได้ต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันแบบครบวงจร แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) Business Solutions โซลูชันด้านการบริหารจัดการองค์กร เช่น Microsoft Dynamics 365 และ Copilot รวมทั้ง (2) Digital Workplace Solutions เครื่องมือสนับสนุนการทำงานในยุคดิจิทัล และ (3) IoT Solutions โซลูชันเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบ Real-time ร่วมกับพันธมิตร เช่น Rockwell, Advantech และ PTC อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้า และขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566–2568) บริษัทมีรายได้รวม 229.74 ล้านบาท 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 25.2% (YoY)
โครงสร้างรายได้ในปี 2568 แบ่งเป็น รายได้จากการขาย อยู่ที่ 147.43 ล้านบาท เติบโต ประมาณ 34.9% YoY และรายได้จากการให้บริการ อยู่ที่ 150.89 ล้านบาท เติบโต ประมาณ 16.6% YoY โดยรายได้หลักยังมาจากหน่วยธุรกิจ Business Solutions คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85.56% ของรายได้รวม ขณะที่ Digital Workplace Solutions อยู่ที่ประมาณ 10.62% และ IoT Solutions ประมาณ 2.79% การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำระบบ ERP, Cloud และ AI มาใช้ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น การผลิต บริการ และค้าปลีก
ขณะที่กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 34.49 ล้านบาท 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตเฉลี่ยในระดับ 20–25% ต่อปี ในปี 2568 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 45.61% อัตรากำไรสุทธิ 17.24% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและรักษา Margin ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีการขยายธุรกิจและลงทุนเพิ่ม
ด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (IBD/EBITDA) เพียง 0.25 เท่า แสดงถึงระดับ Leverage ที่ต่ำและความแข็งแกร่งทางการเงิน นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการขาย License และบริการบำรุงรักษาระบบ (MA) คิดเป็นประมาณ 56% ของรายได้รวมในปี 2568 ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงของกระแสรายได้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานให้บริการติดตั้งและพัฒนาระบบ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง | |