บล.โกลเบล็ก : TACC แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 6.20 บาท

รูป บล.โกลเบล็ก : TACC แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 6.20 บาท

efinAI


คาดกำไร 1Q69 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ ทั้งปีคาดเติบโต 15% แม้แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
งวด 4Q68 มีกำไร 57 ลบ. +1%YoY -37%QoQ ต่ำกว่าที่คาด 39% จากค่าใช้จ่ายพิเศษ ขณะที่กำไรปกติใกล้เคียงกับที่คาด
สงครามในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อบริษัทเล็กน้อย เนื่องจากยังมีสต็อกสินค้าและการทำสัญญาซื้อขายวัตถุดิบล่วงหน้า 3-6 เดือน
คาดกำไร 1Q69 เติบโตต่อเนื่อง YoY และ QoQ จาก Organic Growth
ปรับประมาณการกำไรปี 69 ลดลง 8% สู่ 343 ลบ. แต่คงเติบโต 15%YoY จากสภาพอากาศที่ร้อนและแผนขยายสาขาของพันธมิตร
คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเหมาะสม TACC ลดลงสู่ 6.20 บาท


Investment Highlightงวด 4Q68 มีกำไร 57 ลบ. +1%YoY -37%QoQ ต่ำกว่าที่คาด 39% จากค่าใช้จ่ายพิเศษ ขณะที่กำไรปกติใกล้เคียงกับที่คาด
งวด 4Q68 บริษัทมีรายได้เติบโตดีกว่าคาดทำ New High รายไตรมาสที่ 672 ลบ. +30%YoY +9%QoQ จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ และเติบโตจากทั้งกลุ่ม 7-Eleven และ Non 7-Eleven โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่มีแผนการเร่งขยายสาขาใหม่ ประกอบกับเครื่องดื่มชาไทย ชาเขียว และมัทฉะ ยังคงได้กระแสตอบรับดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม %SG&A เร่งขึ้นสู่ระดับ 20.9% (4Q67 = 18.1%, 3Q68 = 14.0%) และสูงกว่าคาดที่ระดับ 14% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษจาก 1) ค่าเผื่อการด้อยค่าของเครื่องหมายการค้า Bloss Natura ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากประเทศเกาหลี และ 2) ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์จากการย้ายสำนักงานใหม่รวมกว่า 25 ลบ. ส่งผลให้งวด 4Q68 มีกำไร 57 ลบ. +1%YoY -37%QoQ ต่ำกว่าที่คาด 39% แต่หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออกกำไรปกติจะใกล้เคียงกับที่คาด ทั้งนี้ ปี 68 บริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิ 2,399 ลบ. +23%YoY และ 299 ลบ. +21%YoY ตามลำดับ


สงครามในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อบริษัทเล็กน้อย เนื่องจากยังมีสต็อกสินค้าและการทำสัญญาซื้อขายวัตถุดิบล่วงหน้า 3-6 เดือนผู้บริหารประเมินสงครามในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อบริษัทเล็กน้อย โดยแบ่งความเสี่ยงเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1) ราคาน้ำมันที่เร่งขึ้นกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ หรือค่าขนส่งสินค้า และ 2) เม็ดพลาสติกและอะลูมิเนียมฟอยล์ที่ขาดแคลน ส่งผลกระทบต่อการผลิตแพคเกจจิ้ง อย่างไรก็ตาม ช่วง 1H69 อาจไม่เห็นผลกระทบมากนัก เพราะมีการสต็อกสินค้าและทำสัญญาซื้อขายวัตถุดิบบางรายการไว้ล่วงหน้าราว 3-6 เดือน ส่วนวัตถุดิบในการผลิตแพกเกจจิ้ง มีการเตรียมหา Supplier เจ้าใหม่เพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ ผบห.คงเป้าการเติบโตของรายได้ปี 69 ราว 10% แต่มีการปรับกรอบเป้าหมาย %GPM ลดลงสู่>30% จากเดิมตั้งเป้า>32%


คาดกำไร 1Q69 เติบโตต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ จาก Organic Growthคาดกำไรงวด 1Q69 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาก Organic Growth ได้แก่ 1) แผนขยายสาขาของร้าน 7-Eleven ปีละ 700 แห่ง เฉลี่ยไตรมาสละ 175 แห่ง และร้านกาแฟพันธุ์ไทยปีละ 800 แห่ง เฉลี่ยไตรมาสละ 200 แห่ง 2) การออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ในช่วง QTD อาทิ มัทฉะ และน้ำผึ้งมะนาว ที่คาดจะได้กระแสตอบรับดี และ 3) เติบโต QoQ จากฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ


ปรับประมาณการกำไรปี 69 ลดลง 8% สู่ 343 ลบ. แต่คงเติบโต 15%YoY จากสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปีก่อน และแผนขยายสาขาของพันธมิตรเราคงประมาณการรายได้ปี 69 ที่ราว 2,631 ลบ. +10%YoY สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของบริษัท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศในปีนี้ที่ร้อนกว่าปีก่อนที่มีฝนตกตลอดทั้งปีเนื่องจากอิทธิพลของลานีญา รวมทั้งเติบโตจากการขยายสาขาของร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ควบคู่ไปกับการออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ๆ แต่อาจถูกกระทบเล็กน้อยจากการปรับสิทธิประโยชน์ของบัตรสมาชิก Max Card แบบใหม่ (ร้านกาแฟพันธุ์ไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.68 ที่ให้ส่วนลดราคาเครื่องดื่มเพียง 15 บาท/แก้ว (จำกัด 50 แก้ว/เดือน) จากเดิมให้ส่วนลด 50% (จำกัด 10 แก้ว/เดือน) หรือหากพิจารณาจากราคาเครื่องดื่มเฉลี่ยที่ 60-70 บาท/แก้ว ส่วนต่างของส่วนลดจะสูงถึง 15-20 บาท/แก้ว ดังนั้น สิทธิประโยชน์ของบัตรแบบใหม่อาจกระทบกับฐานลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มที่มีราคาสูงและไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม บัตรสมาชิกแบบเก่ายังสามารถให้สิทธิประโยชน์ได้จนถึง 31 ต.ค.69 ทั้งนี้ เราปรับสมมติฐาน %GPM ลดลงสู่ 31.5% จากเดิมคาดที่ระดับ 32.0% สะท้อนความเสี่ยงจากแนวโน้มต้นทุนผลิตบางรายการที่ทยอยปรับสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ลดลง 8% สู่ 343 ลบ. +15%YoY


คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเหมาะสม TACC ลดลงสู่ 6.20 บาทเราปรับราคาเหมาะสม TACC ปี 69 ลดลงสู่ 6.20 บาท โดยยังคง Prospective PER ที่ระดับเดิม 11x ณ ระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อย่างไรก็ตาม เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 69 ลดลงสู่ 0.56 บาท/หุ้น จากเดิม 0.61 บาท/หุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมใหม่ที่ 6.20 บาท (จากเดิม 6.70 บาท) โดยยังคงมี Upside 16% และจ่ายปันผลในอัตรา 9-10% ต่อปี จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”


Analyst: Salakbun Wongakaradeth, CISA
02-687-7287
Salakbun@globlex.co.th 



Editing by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม