| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 94.61 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ +2.7% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 106.60 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.52 ดอลลาร์ หรือ +3.4% ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นราว 3% ในวันพฤหัสบดี แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบียด้วยขีปนาวุธ ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าอาจเกิดภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงัก โดยระหว่างวันราคาน้ำมันทั้ง 2 สัญญาพุ่งขึ้น 5% แตะระดับสูงสุดของวัน ก่อนลดช่วงบวกลงมาหลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านหารือเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง *** อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปีในวันพฤหัสบดี ขณะที่แรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกรุนแรงขึ้นจากความกังวลว่า ต้นทุนพลังงานที่สูง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งของสหรัฐฯ และการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะ 5.48% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004 ขณะที่บอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานของตลาด แตะระดับ 5.20% *** สมาคมธนาคารสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Bankers Association) ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจำนองอัตราคงที่ระยะ 30 ปี เพิ่มขึ้น 15 เบซิสพอยต์ สู่ระดับ 7.12% ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2024 หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยอ้างอิงต้นทุนการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน *** สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านในนครนิวยอร์กกำลังหารือแนวทางยุติสงครามแบบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งอาจรวมถึงการที่อิหร่านอาจกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตาม การเจรจายังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากไม่มีฝ่ายใดที่ต้องการยอมลดอำนาจต่อรองเป็นฝ่ายแรก ขณะที่อิหร่านเองต้องแบกรับต้นทุนและแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งกล่าวว่า แนวทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือการบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยอิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ และอิหร่านอาจได้รับสิทธิ์เข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ *** เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาปกป้องการดำเนินการและจุดยืนของอิสราเอลในภูมิภาคอย่างแข็งกร้าวระหว่างการประชุมสหประชาชาติเมื่อวันพฤหัสบดี โดยพยายามตอบโต้แรงกดดันจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้แทนหลายสิบประเทศทยอยเดินออกจากห้องประชุม การเดินออกจากห้องประชุมดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่เนทันยาฮูกำลังเผชิญในหลายด้าน โดยเขาต้องรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสงครามในกาซา พร้อมกับเดินหน้าหาเสียงเพื่อรักษาอำนาจในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. นี้ *** การประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ของปีนี้ระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความตึงเครียดในประเด็นภาษีศุลกากร, แร่หายาก, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ AIหลังสี จิ้นผิง เดินทางถึงสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงขยายเวลาสงบศึกทางการค้าออกไป โดยข้อตกลงเดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย. อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในประเด็นอื่น ๆ ยังอยู่ในระดับจำกัด โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า การประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือนพ.ค. ให้ผลลัพธ์ไปในเชิงสัญลักษณ์มากกว่าความคืบหน้าที่ชัดเจน ขณะที่ประเด็นไต้หวันมีการติดตามอย่างใกล้ชิด โดยทรัมป์เคยกล่าวว่าการขายอาวุธให้ไต้หวันถือเป็น “ไพ่ต่อรองที่ดีมาก” ในการเจรจา *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หารือถึงการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างการประชุมสุดยอดที่สหรัฐฯ โดยทรัมป์สนับสนุนการพัฒนา AI อย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ขณะที่สี จิ้นผิง ส่งสัญญาณว่าจีนเปิดกว้างต่อการกำหนดกรอบและบริหารจัดการ AI เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ผู้นำทั้งสองยังหารือประเด็นด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และ AI โดยสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนและสหรัฐฯ สามารถหารือร่วมกันเกี่ยวกับ AI และร่วมกันป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางมิชอบ *** ผู้นำจีน สี จิ้นผิง เรียกร้องให้สหรัฐฯ คัดค้านการประกาศเอกราชของไต้หวัน ระหว่างการประชุมสุดยอดกับโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สี จิ้นผิง ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้ทรัมป์เปลี่ยนจุดยืนของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์ตอบสนองต่อคำเรียกร้องของสี จิ้นผิง อย่างไร เนื่องจากทำเนียบขาวยังไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดการประชุม *** สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดระบุว่า หนี้ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 10 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แตะระดับสูงกว่า 365 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมเตือนว่า รัฐบาลต่าง ๆ กำลังติดอยู่ในวงจรที่เลวร้ายจากการขาดดุลงบประมาณที่อยู่ในระดับสูงและภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังขาดความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญความท้าทายด้านการคลังที่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของประเทศพัฒนาแล้วแซงหน้าการใช้จ่ายทั่วโลกในด้าน AI, การป้องกันประเทศ และเทคโนโลยีสะอาด *** ผลการโหวตร่างมติภายใต้กฎหมายอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน อยู่ที่ 49-50 เสียง ส่งผลให้ร่างดังกล่าวไม่ผ่านการลงมติในวุฒิสภาและไม่ถูกส่งต่อเพื่อให้ประธานาธิบดีลงนาม ทำให้การลงมติครั้งนี้มีนัยเชิงสัญลักษณ์มากกว่า ขณะที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่พุ่งสูงจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง *** Oracle แจ้งเหตุสุดวิสัยต่อบริษัทในเครือของ Blue Owl ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ที่โครงการอาจล่าช้า เนื่องจากการจัดหาไฟฟ้าสำหรับโครงการอาจไม่เป็นไปตามกำหนด หลังรายงานดังกล่าว หุ้น Oracle ร่วงลง 3.3% โดยแหล่งข่าวระบุว่า ตามสัญญา Oracle เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาไฟฟ้าสำหรับโครงการดังกล่าว แหล่งข่าวยังระบุว่า Oracle ไม่สามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ขณะที่ Blue Owl ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือก มีเงินลงทุนในโครงการดังกล่าวราว 3,000 ล้านดอลลาร์ในรูปของเงินทุนของผู้ถือหุ้น ส่วน Oracle เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านหนี้สินของโครงการ *** อุปกรณ์ใหม่ Muse Charm ของ Meta มีเป้าหมายเพื่อผลักดันบริษัทให้ก้าวนำคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Google ในด้าน AI agents และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภค โดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถของ Muse Charm ที่กำลังจะเปิดตัวเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงตอบรับทิศทางการพัฒนา AI ของบริษัท |