ส่องกล้อง TOP : โบรกฯ ห่วงกำไรพุ่งแค่ช่วงสั้น จับตาค่าการกลั่นครึ่งปีหลังกดดัน

รูป ส่องกล้อง TOP : โบรกฯ ห่วงกำไรพุ่งแค่ช่วงสั้น จับตาค่าการกลั่นครึ่งปีหลังกดดัน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 69 14:52 น.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 12 พ.ค. 69

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.หยวนต้า

ซื้อ

60.00

บล.กรุงศรี

ซื้อ

56.00

บล.ดาโอ

ซื้อ

55.00

บล.ฟิลลิป

*อยู่ระหว่างปรับประมาณการ

(Consensus: 53.18)

บล.เคจีไอ

ถือ

50.50

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน

ถือ

50.00

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส

ถือ

46.00

บล.ทรีนีตี้

ถือ

45.00

บล.บัวหลวง

ขาย

44.00

บล.ลิเบอเรเตอร์

ถือ

43.00


สรุปปัจจัยบวก +

+ กำไรสุทธิ 1Q26 เติบโตอย่างก้าวกระโดด: รายงานกำไรสุทธิในช่วง 1.90 - 1.95 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้นประมาณ 456% YoY และ 692-693% QoQ) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


+ แรงหนุนจากกำไรสต็อกน้ำมัน (Stock Gain): รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันก้อนใหญ่ในช่วง 1.67 - 2.25 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


+ ค่าการกลั่น (GRM) ปรับตัวดีขึ้น: Market GRM ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในช่วง 12.6 - 14.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้อานิสงส์จากอุปทานตึงตัวและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ


+ อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูง: โรงกลั่นมี Refinery Run Rate สูงถึง 113% โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำมันเครื่องบินและดีเซลที่ความต้องการแข็งแกร่ง


+ กลุ่มอะโรเมติกส์ฟื้นตัว: ได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคา PX และ Benzene ที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดซ่อมนอกแผนของโรงงานในต่างประเทศและความต้องการจากอินเดีย


+ ศักยภาพการเติบโตระยะยาวจากโครงการ CFP: เป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยเพิ่มปริมาณขายและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต


สรุปปัจจัยลบ -

- แนวโน้มผลประกอบการ 2H26 อ่อนตัว: คาดการณ์กำไรช่วงครึ่งปีหลังจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว


- ความเสี่ยงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock Loss): หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายและราคาน้ำมันดิบทยอยปรับลดลงสู่ระดับ 70 - 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายปี


- ต้นทุนน้ำมันดิบ (Crude Premium) พุ่งสูง: คาดว่าจะเริ่มสะท้อนต้นทุนที่แพงขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไป ซึ่งจะกดดันค่าการกลั่นในไตรมาส 2 และ 3


- มาตรการภาครัฐแทรกแซงราคาดีเซล: การสั่งลดราคาหน้าโรงกลั่น 2-5 บาทต่อลิตร คาดกระทบกำไรประมาณ 2.8 พันล้านบาท


- ภาระต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น: ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการซื้อน้ำมันราคาแพง และมีเงินคงค้างจากกองทุนน้ำมัน


- ข้อจำกัดด้านการจัดเก็บและการส่งออก: ความเสี่ยงถังเก็บน้ำมันเครื่องบินเต็มหากภาครัฐยังคงห้ามส่งออก ซึ่งจะกระทบต่อรายได้โดยตรง


แท็กที่เกี่ยวข้อง