ดาวโจนส์ปิดบวก 275 จุด รับความหวังเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง

รูป ดาวโจนส์ปิดบวก 275 จุด รับความหวังเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 เม.ย. 69 6:34: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ท่ามกลางการจับตาการเจรจาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านที่ดำเนินมา 6 สัปดาห์ ซึ่งช่วยคลายความกังวลจากข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,185.80 จุด เพิ่มขึ้น 275.88 จุด (+0.58%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,824.66 จุด เพิ่มขึ้น 41.85 จุด (+0.62%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,822.42 จุด เพิ่มขึ้น 187.42 จุด (+0.83%)

ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ กลับมารีบาวด์หลังจากเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังมีรายงานว่า อิสราเอลจะเริ่มเจรจากับเลบานอนโดยเร็วที่สุด โดยประเด็นหลักในการหารือจะมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และสถาปนาความสัมพันธ์อันสันติระหว่างอิสราเอลและเลบานอน

โอลิเวอร์ เพอร์ช รองประธานอาวุโสของ Wealthspire Advisors กล่าวว่า “นักลงทุนเริ่มจับทางได้ว่า รัฐบาลชุดนี้มักจะเล่นใหญ่มากกว่าทำตามคำขู่ และมักจะออกแถลงการณ์ใหญ่โตถึงความหายนะของโลก จากมุมมองของนักลงทุน คุณต้องตัดสินใจว่าจะเพิกเฉยหรือขายทำกำไรแล้วรอดูสถานการณ์ในอีกสองปีข้างหน้า”

ในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 กลับขึ้นมายืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันและ 200 วัน ซึ่งเป็นระดับทางเทคนิคสำคัญ ขณะที่ดัชนีวัดความผันผวน CBOE ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเกิดสงคราม

ด้านราคาน้ำมันดิบผันผวนตลอดการซื้อขาย ขณะที่ตลาดรอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปรับขึ้น 3.66% แต่ยังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) เดือนก.พ. อยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปี ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนม.ค. ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3% ย่อตัวลงจากระดับ 3.1% ในเดือนม.ค. โดยทั้งสองดัชนีสอดคล้องกับคาดการณ์ของ Dow Jones เมื่อเทียบรายเดือน ทั้งเงินเฟ้อพื้นฐานและเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% สอดคล้องกับคาดการณ์

ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณการครั้งที่ 3 ขยายตัวเพียง 0.5% ลดลงจากประมาณการครั้งแรก ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.4% และครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ 0.7% ขณะที่อัตราการเติบโตทั้งปี 2025 อยู่ที่ 2.1%

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงมากที่สุด ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 โดยลดลง 1.16% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นมากที่สุด อยู่ที่ 2.46%

- หุ้น Amazon พุ่งขึ้น 5.6% และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย หลังแอนดี แจสซี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazon เปิดเผยว่าบริการปัญญาประดิษฐ์ของธุรกิจคลาวด์สร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์

- หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ลดลง 2.2% ขณะที่กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มชิปปรับตัวโดดเด่น เพิ่มขึ้น 4.1% และ 2.1% ตามลำดับ

- หุ้น Constellation Brands พุ่งขึ้น 8.5% หลังบริษัทรายงานยอดขายไตรมาสสี่ลดลงน้อยกว่าที่คาด

- หุ้น Applied Digital ร่วงลง 8% หลังผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสสามขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,000 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 19,380 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการก่อนหน้า

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.99 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 254 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 83 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดค มีหุ้นบวก 2,651 ตัว และหุ้นลบ 2,029 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 1.31 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 44 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 19 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 158 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 135 ตัว

ที่มา Reuters



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju