| ฟิทช์ชี้ ปรับแนวโน้มเครดิตไทย เป็น "“มีเสถียรภาพ” เหตุมีความเชื่อมั่นต่อหนี้ภาครัฐที่ทรงตัว แม้รัฐบาลปรับเพิ่มงบประมาณรายจ่าย ปี 2569 รับมือวิกฤติพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันเงินฝืดมีลดลง ขณะที่มองแนวโน้มภาคธนาคาร ยังม่ีความสามาถทำกำไรแข็งแกร่ง แต่ยังมี่ความเสี่ยงสูงต่อคุณภาพสินทรัพย์และหนี้ด้อยคุณภาพ นายโทมัส รูคมาเคอร์ หัวหน้ากลุ่มจัดอันดับเครดิตประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากฟิทช์ เรทติ้งส์ ฮ่องกง กล่าวในงานสัมมนาประจำปีของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ในวาระครบรอบ 25 ปี ของการก่อตั้ง และครบรอบ 30 ปี ที่ฟิทช์เริ่มทำการจัดอันดับเครดิตประเทศไทย ถึงความเสี่ยงในตลาดโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ว่า ฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวได้ดีที่ 2.6% ในปี 2569 ลดลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปีก่อน เนื่องจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเชิงลบจากวิกฤตพลังงานโลก การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT-related) ที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศจีน แม้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศจีนยังคงอ่อนแอจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงและการลดภาระหนี้สินของภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี ประเทศในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ (large emerging market) เช่น ประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ การที่ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” เมื่อไม่นานมานี้ สะท้อนถึงการที่ฟิทช์มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราส่วนหนี้สินภาครัฐต่อ GDP จะสามารถทรงตัวอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพได้ในระยะปานกลาง แม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณรายจ่ายในปี 2569 เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านอัตราการเติบโต แต่ก็ยังสามารถปรับตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ ในขณะที่แรงกดดันด้านเงินฝืดได้ปรับตัวลดลง และความสามารถที่จะการคาดการณ์ทิศทางของนโยบายมีการปรับดีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้านนายพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงินของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนา เรื่องแนวโน้มการดำเนินงานของภาคธนาคารว่า ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารไทยได้มีการลดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับ โดยการชะลออัตราการเติบโตของสินเชื่อและการปรับสัดส่วนโครงสร้างของพอร์ตสินเชื่อ แต่ทั้งนี้ธนาคารไทยยังคงมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงในด้านคุณภาพสินทรัพย์ และสินเชื่อด้อยคุณภาพน่าจะยังคงทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ความสามารถในการทำกำไรยังคงแข็งแกร่งแม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่อ่อนแอ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในด้านเงินกองทุนน่าจะยังช่วยรองรับความเสี่ยงด้านลบได้ในระดับหนึ่ง นายวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฟิทช์ มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทย โดยส่งเสริมความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และวินัยทางการเงินให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานเครดิตสากล ทั้งนี้การเพิ่มความโปร่งใส รวมถึงการใช้ผลการจัดอันดับเครดิตจากสองสถาบันเป็นอย่างน้อยนั้นเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ใช้ในตลาดต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการบวนการทำงานของตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น | .  | |