บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กางแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้า AUM โต 10% แตะ 3.2 แสนลบ. ชู 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมดัน 2 กองทุนกลุ่มเรือธงเดิมปีก่อนต่อเนื่องปีนี้ และดันกองทุนสกุลเงินดอลล์ที่กำลังมาแรง รวมถึงกองทุนหุ้นปันผลไทยสูง 6-8% รวม 15 ตัวเด่น มองหุ้นไทยปีนี้กรอบ 1,300 - 1,600 จุด นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บล.) ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในงานแถลงข่าวกลยุทธ์ธุรกิจ ปี 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) แตะระดับ 320,000 ล้านบาทเติบโต 10% โดยปัจจุบันทำได้แล้ว 304,000 ล้านบาท ทั้งนี้ปีก่อนอยู่ที่ระดับ 290,000 ล้านบาท เติบโต 6% - ปีนี้ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. Customized Investment Solutioพn นำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการลงทุน ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของนักลงทุนในระยะยาว พร้อมขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ 2. Sustainability Focusing ประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึก Data-Driven Insights ผสานเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการประเมิน ด้าน ESG เข้าไว้ในกระบวนการลงทุน ครอบคลุมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว 3. New S-Curve Opportunities ติดตามกระแสการลงทุนเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุน ใหม่ๆ อาทิ ขยายธุรกิจไปยังกองทุนสกุลเงิน USD ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งก่อนและ หลังเกษียณ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทย *** มุมมองการลงทุนทั่วโลกปี 2569 - คาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะเติบโตที่ 3.3% จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดีจากการบริโภค ภายในประเทศและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี AI - คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปมีสัญญาณฟื้นตัวหลัง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) แต่ยังคงต้องติดตามการเติบโตของตัวเลขภาคการบริโภค - ด้านญี่ปุ่นมีแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตจากเสถียรภาพทางการเมืองและดัชนีเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่จีนยังคงเผชิญความท้าทายใน ภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ภาคการบริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และรัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ - ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงและกลุ่มหุ้นปันผล โดยเฉพาะในญี่ปุ่น บางกลุ่ม ธุรกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยจับตาหาโอกาสการลงทุนในเอเชียหลังภาวะสงครามคลี่คลาย และสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ แนะนำตราสารหนี้คุณภาพสูง ที่จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางของทั้งไทยและต่างประเทศ - การเคลื่อนไหวของราคาทองคำปีนี้ มองแนวต้าน 4,500 -5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวรับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ มองว่าหากยังมีภาวะความเสี่ยงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย *** มองหุ้นไทยปีนี้กรอบ 1,300 - 1,600 จุด - มองตลาดหุ้นไทยกรอบดัชนีทั้งปี แนวต้าน 1,550 - 1,600 จุด แนวรับ 1,350 - 1,300 จุด มีแนวโน้มเชิงบวกในช่วง 6 เดือนข้างหน้า แม้ระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดันจากภาวะสงครามที่ทำให้ต้นทุนด้านพลังงาน สูงขึ้น แต่ภาพรวมยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่คาดไว้ในปีนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้าสู่ตลาด รวมถึงความชัดเจน - ด้านเสถียรภาพทางการเมืองที่ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของโครงการลงทุนสำคัญทั้งจากภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ คาดว่าอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ระดับ 0.75% ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป - แนะกองทุน UOBSDF หุ้นไทยปันผลเด่น 15 ตัว ที่มีอัตราผลตอบแทนปันผล 6-8% โดยผู้ที่ถือหน่วยลงทุนกองทุนดังกล่าวจะได้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยระดับเดียวกับเงินปันผลทั้งนี้สิ้นปีก่อน กองดังกล่าวให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 7% ทั้งนี้ตั้งเป้าเติบโตให้มากกว่ากองปันผลในอุตสาหกรรม *** เดินหน้ารุก 2 กองทุนเรือธง ตลาดการเงิน - ตราสารหนี้ ต่อเนื่องปีนี้ - กลุ่มกองทุนตลาดเงิน ได้แก่ กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (TCMF) ซึ่งเมื่อสิ้นปี 2568 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวม (AUM) อยู่ที่ 26,000 ล้านบาท (+65%) และล่าสุดยังสามารถสร้างผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน โดยปีนี้คาดหวัง AUM แตะระดับ 36,000 ล้านบาท - กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์ (UIDPLUS) มี AUM สิ้นปี 2568 ที่ 4,700 ล้านบาท (+135%) และสามารถสร้างผลงานดำเนินงานย้อนหลัง อยู่ในอันดับ 1st quartile เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน โดยตั้งเป้าปี 2569 คาดว่า AUM อยู่ที่ 20,000 ล้านบาท โดย ปัจจุบันทำได้แล้ว 7,200 ล้านบาทและคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะแตะระดับ 10,000 ล้านบาท *** ชูกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 หวังต่อเนื่องปีนี้ - ปี 2568 บลจ.เป็นผู้นำกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ครองส่วนแบ่งตลาดกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Funds) เป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 53% หรือ 419 ล้านเหรียญ จากอุตสาหกรรมที่มีอยู่ประมาณ 800 ล้านเหรียญ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ต่อเนื่อง คาดว่า AUM อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท - โดยยูโอบี ยังเป็นบริษัทจัดการลงทุนรายแรกในประเทศไทยที่เปิดตัว กองทุนตราสารหนี้สกุลเงิน USD ที่สามารถขายคืนได้ทุกวัน คือ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์ (USDAILY) โดยมองภาพรวมกองทุนกลุ่มสกุลเงิน USD ยังเติบโต เนื่องจาก ช่วยกระจายความเสี่ยง จากภาวะค่าเงินบาทที่ผันผวน, เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงกว่าไทย, เพิ่มโอกาสการลงทุน สำหรับผู้ที่มีเงินในสกุล USD หรือวางแผนจะใช้จ่ายเงินในสกุล USD ในอนาคต "ภาพรวม AUM ปีนี้เราตั้งเป้าเติบโต 10% หรือแตะระดับ 3.2 แสนล้านบาท โดยมีเรือธงการลงทุนที่ช่วยผลักดันจากเรือธงกองทุนเดิมคือ TCMF และ UIDPLUS รวมถึงกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มาแรง และกองทุนกลุ่มปันผลหุ้นไทย 15 ตัว อย่างกอง UOBSDF " นายวนา กล่าว |