| ||||||
.
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ รายงานสถิติอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ตามลำดับดังนี้
***ยอดการผลิต (เดือนส.ค. และ ม.ค. - ส.ค. 69)
ภาพรวมการผลิต : เดือน ส.ค. 69 ผลิตได้ 124,646 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.93) ปัจจัยหนุนมาจากผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,126 คัน (+77.38%) และ ผลิตรถกระบะส่งออก 65,103 คัน (+18.11%) ขณะที่รถยนต์นั่ง ICE ผลิตได้ 17,355 คัน (-20.51%) ส่วนยอดผลิตสะสม 8 เดือน (ม.ค. - ส.ค.) อยู่ที่ 959,711 คัน (+1.27%)
รถยนต์นั่ง : เดือน ส.ค. ผลิตได้ 49,727 คัน (+15.18%) ประกอบด้วย ICE 17,355 คัน (-20.51%), BEV 13,126 คัน (+77.38%), PHEV 1,110 คัน (-43.68%) และ HEV 18,136 คัน (+51.54%) / ยอดสะสม 8 เดือน ผลิตได้ 349,605 คัน (+0.97%) คิดเป็นร้อยละ 36.43 ของการผลิตทั้งหมด
รถยนต์บรรทุกและรถกระบะ : รถบรรทุกเดือน ส.ค. ผลิตได้ 74,919 คัน (+8.27%) ยอดสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 610,106 คัน (+1.44%) / รถกระบะ 1 ตัน เดือน ส.ค. ผลิตได้ 73,273 คัน (+7.11%) คิดเป็นร้อยละ 58.78 ของการผลิตทั้งหมด ส่วนยอดสะสม 8 เดือน ผลิตได้ 598,226 คัน (+0.45%) แบ่งเป็น กระบะบรรทุกสะสม 98,233 คัน (+1.81%) , ดับเบิลแค็บ ICE สะสม 372,325 คัน (-1.87%) , ดับเบิลแค็บ BEV สะสม 2,890 คัน (+1,421.05%) และ PPV สะสม 124,778 คัน (+4.45%)
รถบรรทุกขนาดอื่นๆ และ รถโดยสาร : รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน ถึงมากกว่า 10 ตัน เดือน ส.ค. ผลิตได้ 1,646 คัน (+109.95%) ยอดสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 11,880 คัน (+101.42%) / ทั้งเดือน ส.ค. และ ยอดสะสม 8 เดือน ไม่มีการผลิตรถยนต์โดยสาร
การผลิตเพื่อส่งออก : เดือน ส.ค. ผลิตเพื่อส่งออก 83,612 คัน (สัดส่วน 67.08%, +12.24%) แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 18,509 คัน (-4.45%) และ รถกระบะ 1 ตัน 65,103 คัน (+18.11%) / ยอดสะสม 8 เดือน ผลิตเพื่อส่งออก 605,579 คัน (สัดส่วน 63.10%, -2.89%)
การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ : เดือน ส.ค. ผลิตเพื่อขายในประเทศ 41,034 คัน (สัดส่วน 32.92%, +8.34%) แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 31,218 คัน (+31.16%) และ รถกระบะ 1 ตัน 8,170 คัน (-38.52%) / ยอดสะสม 8 เดือน ผลิตเพื่อขายในประเทศ 354,132 คัน (+9.27%)
รถจักรยานยนต์ : เดือน ส.ค. ผลิตได้ 194,642 คัน (+6.88%) แบ่งเป็น CBU 156,489 คัน (+3.65%) และ CKD 38,153 คัน (+22.50%) / ยอดสะสม 8 เดือน ผลิตรวม 1,658,772 คัน (+0.30%) แบ่งเป็น CBU 1,346,767 คัน (-0.84%) และ CKD 312,005 คัน (+5.52%)
***ยอดขายภายในประเทศ (เดือนส.ค. และ ม.ค. - ส.ค. 69)
ภาพรวมยอดขาย : เดือน ส.ค. ขายได้ 59,809 คัน (+1.04% จากเดือน ก.ค. 69 และ +25.59% จาก ส.ค. 68) หนุนโดยยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า 19,721 คัน (+113.29%) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32.97 ของยอดขาย ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าสูงกว่ายอดผลิต (ผลิตได้ 13,126 คัน) อยู่ 6,595 คัน ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรก มีการนำเข้ารถยนต์นั่งไฟฟ้ามาขายถึง 84,554 คัน (สัดส่วนร้อยละ 58.26 ของยอดขาย BEV รวม 145,132 คัน) ขณะที่ยอดผลิตในประเทศมีเพียง 60,578 คัน (ร้อยละ 41.74) สะท้อนการนำเข้ามากกว่าผลิตจริง
***ยอดขายแบ่งตามประเภทรถ (เดือน ส.ค.)
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ : 43,774 คัน (สัดส่วน 73.19%, +42.14%) แบ่งเป็น ICE 7,973 คัน (-17.04%), BEV 19,721 คัน (+113.29%) , PHEV 1,053 คัน (+126.45%) , REEV 220 คัน (-9.84%) และ HEV 14,807 คัน (+31.84%)
รถกระบะ : กระบะ 1 ตัน 5,177 คัน (-10.77%), กระบะ BEV 3 คัน (ปีก่อนไม่มี) , ดับเบิลแค็บ 4,910 คัน (-3.63%) , ดับเบิลแค็บ BEV 204 คัน (+223.81%) , ดับเบิลแค็บ REEV 4 คัน (ปีก่อนไม่มี) , ดับเบิลแค็บ HEV 3 คัน (ปีก่อนไม่มี) , รถ PPV 3,084 คัน (+18.48%)
รถบรรทุก 5-10 ตัน : 1,339 คัน (+12.43%) และรถบรรทุก BEV 16 คัน (ปีก่อนไม่มี)
รถจักรยานยนต์ : 157,720 คัน (+3.90% จากเดือน ก.ค. 69 และ +21.06% จาก ส.ค. 68)
ยอดขายสะสม 8 เดือน (ม.ค. - ส.ค. 2569) : ยอดขายรถยนต์รวม 465,971 คัน (+16.60%)
รถยนต์นั่งสะสม : ICE 70,026 คัน (-20.63%), BEV 145,132 คัน (+100.81%), PHEV 8,301 คัน (+35.28%), REEV 1,195 คัน (+177.26%) และ HEV 102,351 คัน (+14.22%)
รถกระบะสะสม : กระบะ 1 ตัน 42,524 คัน (-16.67%), กระบะ BEV 25 คัน (ปีก่อนไม่มี), ดับเบิลแค็บ 46,824 คัน (+6.34%), ดับเบิลแค็บ BEV 1,507 คัน (+210.08%), ดับเบิลแค็บ REEV 22 คัน (+266.67%), ดับเบิลแค็บ HEV 222 คัน (ปีก่อนไม่มี), PPV 26,948 คัน (+13.88%)
รถบรรทุก 5-10 ตันสะสม : 11,809 คัน (+21.40%) และรถบรรทุก BEV 124 คัน (ปีก่อนไม่มี)
รถจักรยานยนต์สะสม : 1,262,874 คัน (+6.94%)
***การส่งออก (เดือนส.ค. และ ม.ค. - ส.ค. 69)
ภาพรวมและปัจจัยกระทบ : ส่งออกรวมลดลงเนื่องจากตลาดตะวันออกกลางลดลง 7,146 คัน (-40.24%) จากสงคราม ยอดส่งออกลดลงสะสม 6 เดือนที่รบกันถึง 46,268 คัน รวมถึงตลาดยุโรป อเมริกากลาง และ อเมริกาใต้ก็ลดลงเช่นกัน แต่ปรับตัวดีขึ้นในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา และ อเมริกาเหนือ
รถยนต์สำเร็จรูป : เดือน ส.ค. ส่งออกได้ 69,724 คัน (-2.04%) แบ่งเป็น รถกระบะ 39,079 คัน (-5.01%), กระบะ BEV 466 คัน (+813.73%), รถยนต์นั่ง ICE 2,316 คัน (-84.27%), รถยนต์นั่ง BEV 1,478 คัน (+7.73%), รถยนต์นั่ง PHEV 1,792 คัน (+465.30%), รถยนต์นั่ง HEV 10,717 คัน (+245.82%) และ PPV 13,876 คัน (+32.40%)
ยอดส่งออกสะสม 8 เดือน : ส่งออกรวม 565,037 คัน (-6.29%) แบ่งเป็น รถกระบะ 346,459 คัน (-8.48%), กระบะ BEV 983 คัน (+481.66%), รถยนต์นั่ง ICE 45,915 คัน (-54.76%), รถยนต์นั่ง BEV 12,135 คัน (+462.85%), รถยนต์นั่ง PHEV 3,189 คัน (+905.99%), รถยนต์นั่ง HEV 64,765 คัน (+92.19%) และ PPV 91,591 คัน (+5.78%)
***มูลค่าการส่งออก
เดือน ส.ค. 69 : มูลค่าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 49,073.67 ล้านบาท (+7.73%), เครื่องยนต์ 3,231.54 ล้านบาท (-6.22%), ชิ้นส่วน 14,842.44 ล้านบาท (-10.41%), อะไหล่ 2,163.04 ล้านบาท (-7.99%) รวมมูลค่ายานยนต์และชิ้นส่วน 69,310.69 ล้านบาท (+2.05%) / มูลค่าส่งออกรถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่ 4,980.54 ล้านบาท (+1.18%) / รวมมูลค่าส่งออกยานยนต์และจักรยานยนต์ทั้งหมดในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 74,291.23 ล้านบาท (+1.99%)
ยอดสะสม 8 เดือน : มูลค่าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 390,500.33 ล้านบาท (-4.00%), เครื่องยนต์ 25,369.79 ล้านบาท (+0.61%), ชิ้นส่วน 123,149.54 ล้านบาท (-6.10%), อะไหล่ 16,406.73 ล้านบาท (-9.64%) รวมมูลค่ายานยนต์และชิ้นส่วน 555,426.39 ล้านบาท (-4.45%) / มูลค่าส่งออกรถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่ 46,829.10 ล้านบาท (+4.80%) / รวมมูลค่าส่งออกยานยนต์และจักรยานยนต์สะสม 8 เดือน อยู่ที่ 602,255.49 ล้านบาท (-3.79%)
***ข้อมูลสถิติจดทะเบียน
สถิติจดทะเบียนตามประเภทเชื้อเพลิง (เฉพาะ รย.1): เดือน ส.ค. 69 จดทะเบียนรวม 54,275 คัน (+31.34%) และ ยอดสะสม 8 เดือน (ม.ค. - ส.ค. 69) จดทะเบียนรวม 431,588 คัน (+18.14%)
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงจดทะเบียนใหม่ (เดือน ส.ค. และ สะสม 8 เดือน): BEV: เดือน ส.ค. มี 24,505 คัน (+113.35%) และ ยอดสะสม 8 เดือน มี 168,686 คัน (+82.17%)
HEV : เดือน ส.ค. มี 13,882 คัน (+30.48%) และ ยอดสะสม 8 เดือน มี 116,207 คัน
PHEV: เดือน ส.ค. มี 1,747 คัน (+66.54%) ทั้งหมดเป็นรถยนต์นั่ง และ ยอดสะสม 8 เดือน มี 13,916 คัน (+1.72%)
สถิติยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 : BEV สะสมรวม 539,630 คัน (+69.39%) และ HEV สะสมรวม 720,082 คัน (+27.92%) และ PHEV สะสมรวม 95,126 คัน (+23.99%)
"ยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 113.29% มีสัดส่วน 32.97% หรือ เกือบหนึ่งในสามของยอดขาย แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้ามี 13,126 คัน น้อยกว่ายอดขาย 6,595 คัน ส่งผลให้ 8 เดือนแรกของปีนี้ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศไทยมี 60,578 คัน มีสัดส่วนแค่ 41.74% ของยอดขาย 145,132 คัน เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้านำเข้า 84,554 คัน มีสัดส่วน 58.26% ของยอดขาย แสดงว่า มีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ามาขายมากกว่าผลิตในประเทศ ทำให้ผู้ลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการจ้างงานคนไทย และ ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศได้รับความเสียหาย จึงมีการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างสมดุลให้ผู้ลงทุนผลิตรถยนต์ในประเทศมานาน และ ผู้ลงทุนรายใหม่ให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์สันดาปภายใน โดยเฉพาะรถกระบะ และ เป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งออกไปทั่วโลก ตามความต้องการของประเทศคู่ค้าที่มีความแตกต่างกันในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน"
***ข้อเสนอทางเศรษฐกิจและพลังงาน
ลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เห็นด้วยกับกระทรวงพลังงานในการส่งเสริมพลังงานชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันราคาแพง นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวต่ำเนื่องจากยอดผลิตรถกระบะลดลงกว่า 300,000 คันในรอบ 3 ปี กระทบซัพพลายเชนชิ้นส่วนรถกระบะอย่างหนักจนบางรายขาดสภาพคล่อง ลดการจ้างงาน หรือ ปิดกิจการ ซึ่ง กกร. ได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ช่วยกระตุ้นสถาบันการเงินผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อ พร้อมเสนอให้รัฐบาลกระตุ้นการใช้ B20 ในรถกระบะ และ แก๊สโซฮอล์ในรถยนต์นั่ง เพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ และ ลดหนี้ครัวเรือน ซึ่งจะได้เป็นการเริ่มต้นการเติบโตของเศรษฐกิจในวงจรขาขึ้น และ เป็นประเทศที่มีรายได้สูงเร็วขึ้น ไม่ต้องรออีก 20 ปี
.


