ดาวโจนส์ร่วง 557 จุด หลังตะวันออกกลางยังตึงเครียด บดบังข่าวดีกำไรบจ.

รูป ดาวโจนส์ร่วง 557 จุด หลังตะวันออกกลางยังตึงเครียด บดบังข่าวดีกำไรบจ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 69 6:08: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันจันทร์ (4 พ.ค.) โดยดัชนี S&P 500 ร่วงลงหลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยถูกกดดันจากรายงานเรือของเกาหลีใต้ถูกโจมตีและระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านแสดงอิทธิพลเหนือแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลาง ปัจจัยดังกล่าวบดบังความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาแข็งแกร่งก่อนหน้านี้

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,941.90 จุด ร่วงลง 557.37 จุด (-1.13%), ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,200.75 จุด ลดลง 29.37 จุด (-0.41%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 25,067.80 จุด ลดลง 46.64 จุด (-0.19%)

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวสูงขึ้นหลังมีรายงานเหตุระเบิดบนเรือสินค้าของเกาหลีใต้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือเชื่อว่าช่องแคบดังกล่าวยังคงไม่ปลอดภัย แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ จะเปิดเส้นทางเดินเรือก็ตาม

ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่าได้ขับไล่เรือรบของสหรัฐฯ ให้ถอยกลับไปหลังจากพยายามรุกล้ำเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานเหตุเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมันหลังถูกโดรนของอิหร่านโจมตี

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุรอบใหม่เกิดขึ้นหลังจากดัชนี S&P 500 และแนสแดค เพิ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางฤดูกาลประกาศผลประกอบการรายไตรมาสที่ออกมาดีเกินคาด

รอสส์ เมย์ฟิลด์ นักยุทธศาสตร์การลงทุนจาก Baird Private Wealth Management กล่าวว่า เมื่อตลาดพุ่งสูงจนทำสถิติใหม่ พื้นที่สำหรับความผิดพลาดจึงแทบไม่มี และรู้สึกได้ว่าความเสี่ยงที่ไม่สมมาตรในขณะนี้มีแนวโน้มไปทางขาลงมากกว่า แม้ว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบอาจไม่ใช่สถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูงสุดก็ตาม

ข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S คาดว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีการเติบโตของกำไรที่ 28% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสแรก ซึ่งสูงเป็นสองเท่าจากที่คาดการณ์ไว้ 14% เมื่อต้นเดือนเม.ย. โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ในวอลล์สตรีทเป็นปัจจัยหลักของความเชื่อมั่นดังกล่าว

Berkshire Hathaway รายงานเมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) ว่าได้ขายหุ้นสุทธิติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 14 ทั้งนี้นักลงทุนต่างจับตาความเคลื่อนไหวของบริษัทซึ่งมักถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อวิเคราะห์มุมมองด้านมูลค่าหุ้นและสภาวะตลาดในวงกว้าง

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- ดัชนีหุ้น 10 จาก 11 กลุ่มใน S&P 500 ปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่มวัสดุที่ลดลง 1.57% ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดลง 1.17% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.85%

- หุ้น GameStop เครือข่ายธุรกิจวิดีโอเกม ร่วงลง 10% ขณะที่ eBay พุ่งขึ้นประมาณ 5% หลังจาก GameStop เผยถึงข้อเสนอเข้าซื้อกิจการมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ด้วยมูลค่าประมาณ 56,000 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบเงินสดและหุ้น ทั้งนี้มูลค่าตามราคาตลาดของ GameStop อยู่ที่ประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์

- หุ้นกลุ่มบริษัทขนส่ง FedEx ร่วงลง 9.1% และ United Parcel Service (UPS) ร่วงลง 10.5% หลังจาก Amazon.com ประกาศเปิดตัวบริการ Amazon Supply Chain Services ซึ่งเป็นการเปิดเครือข่ายโลจิสติกส์ให้ธุรกิจอื่นเข้าใช้งานได้ การร่วงลงของหุ้นทั้งสองยังฉุดดัชนีหุ้นกลุ่มขนส่งในดาวโจนส์ (Dow Jones Transportation Average Index) ร่วงลง 4.8% สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน

- หุ้น Palantir บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลและซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคง ขยับขึ้น 1.4% ก่อนการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสหลังปิดตลาด

- หุ้น Norwegian ผู้ให้บริการเรือสำราญ ร่วงลง 8.6% หลังจากปรับลดคาดการณ์กำไรประจำปีเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างบางเบา อยู่ที่ 16,300 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 17,700 ล้านหุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 26 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 22 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 126 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 87 ตัว

ที่มา Reuters


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

ดาวโจนส์ร่วง 557 จุด หลังตะวันออกกลางยังตึงเครียด บดบังข่าวดีกำไรบจ.