| ||||||
.
***แนะรัฐต่อยอด “เงินกระตุ้น” ให้หมุนถึงสินค้าไทย และ SMEs
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า การทำให้เม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถหมุนเวียนในระบบ และส่งผ่านจากภาคการบริโภคไปสู่ SMEs ภาคการผลิต และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศได้มากขึ้น ภาครัฐควรมีมาตรการเสริมโดยเชื่อมโยงการกระตุ้นการบริโภคกับสินค้าไทยและสินค้า SMEs ผ่านการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศ การจัดทำหมวดสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และการรณรงค์ให้ประชาชนเลือกใช้สินค้าไทย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ผลิตไทยและสร้างแรงส่งต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน ควรพิจารณาขยายขอบเขตร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุมร้านค้าที่มียอดขายไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อปี เพื่อเพิ่มจำนวนจุดขายและทางเลือกให้ประชาชน โดยสำหรับร้านค้าที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ควรมีมาตรการจูงใจเพิ่มเติมให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าไทยและสินค้า SMEs ที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้การขยายฐานร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการช่วยสร้างตลาดให้ผู้ผลิตไทย และลดการรั่วไหลของเม็ดเงินไปสู่สินค้านำเข้า ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นกลับไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ลงทุน และรักษาหรือเพิ่มการจ้างงาน โดยหากมีการจัดซื้อสินค้าจากผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ก็จะช่วยส่งต่อเม็ดเงินจากมาตรการไปยังห่วงโซ่อุปทานไทยได้กว้างขึ้น
นอกจากนี้ ควรพิจารณามาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปี โดยต่อยอดรูปแบบ Easy E-Receipt และ เพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อสินค้าไทย สินค้า SMEs และสินค้า OTOP ในพื้นที่ต่างจังหวัด ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจัดประชุมสัมมนาภายในประเทศ เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ซึ่งจะมีส่วนช่วยประคองกำลังซื้อและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้
***เร่งมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงาน รับมือความผันผวนด้านพลังงาน
นางพิมพ์ใจ กล่าวเสริมว่า นอกจากมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อแล้ว ภาครัฐควรนำมาตรการรณรงค์และส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการมาแล้วกลับมาต่อยอด เพื่อรับมือความผันผวนจากราคาพลังงานในช่วงนี้ เช่น การให้ส่วนลดค่าไฟตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนประหยัดพลังงานและเห็นผลโดยตรงในบิลค่าไฟ การสนับสนุนให้เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าเป็นผลิตภัณฑ์ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ผ่านคูปองส่วนลด โดยเน้นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าสูง เช่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เป็นต้น
นอกจากนี้ ควรเร่งขยายโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคครัวเรือน ผ่านโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยพัฒนากลไกสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านเงินลงทุน เงื่อนไขสินเชื่อ และกระบวนการขออนุญาตติดตั้ง ควบคู่กับการปรับระบบรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินให้มีความจูงใจมากขึ้น เพื่อให้กระจายโอกาสการเข้าถึงพลังงานทางเลือกไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันต้นทุน เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยเองมีผู้ประกอบการที่สามารถผลิตและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
ทั้งนี้ ในภาคการผลิตควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงยกระดับกระบวนการผลิตให้ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานได้
.


