TISCO ESU เตือนช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ เสี่ยงไทยขาดแคลนพลังงานกลางปีนี้

รูป TISCO ESU เตือนช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ เสี่ยงไทยขาดแคลนพลังงานกลางปีนี้

efinAI


TISCO ESU ออกโรงเตือนสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อกว่า 8 สัปดาห์ กำลังผลักดันให้โลกเดินหน้าสู่วิกฤตพลังงานครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าแค่ราคาพุ่งสูง ชี้ไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะขาดแคลนพลังงานของจริง หลังน้ำมันสำรองอาจหมดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แนะภาครัฐออกมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ก่อนจะต้องบังคับหยุดชะงักในวันที่สายเกินไป 

นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้(TISCO ESU) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกถูกปิดตายเกือบสมบูรณ์ และ มีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยล่าสุดสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้เข้ามาควบคุมเส้นทางสัญจรอย่างเต็มรูปแบบ และประกาศห้ามเรือทุกสัญชาติผ่าน 

การกระทำของ IRGC สะท้อนให้เห็นถึงการแสดงอำนาจของฝั่งกองทัพที่อยู่เหนือรัฐบาลอิหร่าน และ ยังเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจผ่านวิกฤตพลังงานทั่วโลก เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯ และ นานาชาติ ทำให้โอกาสที่สถานการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็วลดน้อยลง 

ไทยเสี่ยงวิกฤตขาดแคลนพลังงาน


 
สำหรับประเทศไทย นายธนธัช ให้ความเห็นว่า กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่คลังน้ำมันสำรองทางกฎหมาย (Legal Reserve) รวมกับคลังน้ำมันสำรองเพื่อการค้า สามารถรองรับการใช้งานได้เพียง 30-60 วันเท่านั้น 

“เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาขนส่งน้ำมัน (Lag Time) จากตะวันออกกลางมายังเอเชียที่ใช้เวลาราว 30-40 วัน หมายความว่าเรือน้ำมันเที่ยวสุดท้ายที่ออกจากพื้นที่ก่อนความขัดแย้งรุนแรง ได้เดินทางมาถึงไทยและหมดลงแล้วในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ภาวะที่ต้องดึงน้ำมันจากคลังสำรองมาใช้แล้ว ซึ่งอาจช่วยยื้อเวลาให้เราใช้น้ำมันได้ตามปกติไปอีกเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น ก่อนที่น้ำมันจะหมดลงโดยสมบูรณ์ และ นั่นจะกลายเป็นสถานการณ์ที่ประเมินค่าความเสียหายมิได้”นายธนธัช กล่าว 

แนะรัฐออกมาตรการจริงจัง ก่อนสายเกินไป 

TISCO ESU มองว่า แม้ปัจจุบันการบริโภคน้ำมันจะเริ่มปรับลดลงตอบสนองต่อราคาที่สูงขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการบิน ประกอบกับ หลายประเทศรวมถึงไทย ได้เริ่มใช้มาตรการประหยัดพลังงาน เช่น การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ในหน่วยงานราชการ แต่ยังเป็นเพียงมาตรการในวงจำกัด และ อุปสงค์ที่ลดลงโดยรวมยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับวิกฤตได้ 

ทางออกเดียวที่จะบรรเทาความรุนแรงของวิกฤตครั้งนี้ คือ ภาครัฐต้องออกมาตรการลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างจริงจังและเด็ดขาดโดยเร็ว เพื่อชะลอการลดลงของระดับน้ำมันในคลังสำรองไม่ให้ต่ำใกล้จุดวิกฤต สร้างแต้มต่อเตรียมความพร้อมให้เศรษฐกิจสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อสงครามสิ้นสุดลง

“เราเชื่อว่าทุกรัฐบาลเห็นตรงกันว่ามีทางตันรออยู่ข้างหน้า แต่ยังคงลังเลเพราะคาดหวังว่าการสงบศึกจะเกิดขึ้นในเร็ววัน อย่างไรก็ตาม หากไม่ตัดสินใจลงมือตั้งแต่วันนี้ จากที่ควรจะเป็นเพียงการชะลอเดินชั่วคราวเพื่อเตรียมรับมือก็อาจต้องกลายเป็นการบังคับหยุดชะงักในวันที่สายเกินไป ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างและรุนแรงกว่ามาก”นายธนธัช กล่าว



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย