| Apple เปิดตัว iPhone 18 Series พร้อม iPhone Duo สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรก ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ในการนิยามผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัท ด้าน IDC คาด Apple จะสามารถจำหน่าย iPhone พับได้ที่ผลิตออกมาได้ทั้งหมด และชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้ได้ถึง 40% ภายในสิ้นปี 2027 ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายงานว่า iPhone Duo อาจเขย่าตลาดที่มี Samsung และ Huawei ครองแชมป์มาเป็นเวลานาน ถึงกระนั้น ก็ยังไม่สามารถขยายฐานผู้ใช้งานออกไปไกลกว่ากลุ่ม Niche ได้ ด้านนักวิเคราะห์เองคาดการณ์มานานแล้วว่า การเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ของ Apple อาจเป็นตัวเร่งให้สมาร์ทโฟนพับได้เข้าเจาะตลาดกระแสหลัก เช่นเดียวกับที่บริษัทเคยทำสำเร็จมาแล้วกับสมาร์ทวอทช์และหูฟังไร้สาย iPhone Duo มีขนาดและรูปทรงคล้ายหนังสือเดินทาง พร้อมขอบโค้งมน เมื่อกางออกจะมีหน้าจอขนาด 7.6 นิ้ว วัดจากแนวทแยง หรือประมาณ 19 เซนติเมตร ซึ่งสามารถใช้งานในแนวตั้งได้เช่นกัน ขณะที่ด้านหน้ามีหน้าจอขนาดเล็กอีกหนึ่งจอสำหรับใช้งานขณะพับเครื่อง โดย Apple ระบุว่า เมื่อกางออก iPhone Duo จะเป็น iPhone ที่บางที่สุดของบริษัท อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องยังหนากว่าสมาร์ตโฟนพับได้จากคู่แข่งจีน จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ของ Apple เป็นผู้นำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมผลิตภัณฑ์เรือธงครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว iPhone X ในปี 2017 โดยผลิตภัณฑ์ iPhone สร้างรายได้ให้ Apple กว่า 209,600 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดในปีงบการเงินล่าสุด Ternus วิจารณ์สมาร์ทโฟนพับได้ในตลาดปัจจุบันว่าใช้งานไม่สะดวกและไม่เหมาะกับกิจกรรมทั่วไป iPhone Duo ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ใกล้เคียงกับ iPad ในอุปกรณ์ขนาดพกพา ผ่านบานพับที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง และตัวเครื่องไทเทเนียมรุ่นใหม่ นักวิเคราะห์คาด Apple มีโอกาสสูงกวาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ งานต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของเทอร์นัส ซึ่งเดิมเป็นผู้บริหารสายฮาร์ดแวร์ ในการโน้มน้าวลูกค้า Apple ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนพับได้ราคา 2,000 ดอลลาร์ โดยบริษัทวิจัย International Data Corporation (IDC) คาดว่า Apple จะสามารถขาย iPhone แบบพับได้ที่ผลิตออกมาได้ทั้งหมด และอาจครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้ได้ถึง 40% ภายในสิ้นปีหน้า Apple วางตำแหน่ง iPhone Duo ให้เป็นอุปกรณ์สำหรับการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยสาธิตการใช้งานประชุมผ่าน Zoom ที่สามารถแสดงผู้เข้าร่วมหลายคนพร้อมกัน รวมถึงการเปิดแอปส่งข้อความ Slack ในมุมมองที่กว้างขึ้น หน้าจอขนาดใหญ่ของ Duo ยังรองรับการเปิดหลายแอปพร้อมกัน ซึ่งเป็นแนวทางด้านการทำงานที่ Apple นำมาใช้กับ iPad บางรุ่นอยู่แล้ว Apple ระบุว่า iPhone Duo จะวางจำหน่ายวันที่ 23 ต.ค. ใช้ชิป A20 Pro สำหรับขับเคลื่อนหน้าจอ และชิปโมเด็ม C2 รุ่นใหม่ที่ Apple ออกแบบเอง ตามแผนลดการพึ่งพาชิปส่งข้อมูลไร้สายจาก Qualcomm โดยแบตเตอรี่รองรับการใช้งานแบบผสมผสานบนสองหน้าจอได้นาน 24 ชั่วโมง และสามารถชาร์จถึง 50% ได้ภายใน 20 นาที ฟรานซิสโก เจโรนิโม รองประธานฝ่ายข้อมูลและการวิเคราะห์กลุ่มอุปกรณ์ของ IDC ประจำภูมิภาค EMEA กล่าวว่า “Apple เข้าสู่ตลาดช้ากว่าเจ้าอื่นหลายปี แต่กลับเป็นผู้กำหนดกติกาเมื่อลงสนาม Apple เข้าสู่ตลาดมือถือพับได้และกำหนดทั้งราคาและมาตรฐานใหม่ในการเปิดตัวครั้งเดียว ซึ่งคู่แข่งทุกรายจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับมาตรฐานดังกล่าว” “สมรภูมิที่แท้จริงคือ ตลาดจีน ซึ่ง Huawei ครองตลาดสมาร์ทโฟนพับได้เกือบ 80% วันนี้ Huawei ครองตลาดมือถือพับได้ในจีน แต่ Apple เพิ่งมอบเหตุผลที่น่าสนใจอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกให้ผู้บริโภคจีนต้องหันกลับมาพิจารณาทางเลือกใหม่” หุ้น Apple ปิดตลาดลดลง 0.3% ที่ 315.34 ดอลลาร์ หลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Apple ยังเปิดตัว iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด โดยราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro และ Pro Max อยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์ (48,900 บาท) และ 1,299 ดอลลาร์ (52,900 บาท) ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ จากราคาเริ่มต้นของ iPhone 17 Pro และ Pro Max อัพเกรด AirPods และ Apple Watch Apple ยังเปิดตัวฟีเจอร์ที่มีเป้าหมายรับมือกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาพที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI โดยบริษัทเปิดตัวมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า “Apple Reference Image” เพื่อยืนยันความถูกต้องของภาพที่ถ่ายด้วยกล้องของ iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ และระบุว่าจะรองรับมาตรฐาน SynthID ที่กำลังพัฒนาเพื่อระบุภาพที่สร้างหรือแก้ไขด้วย AI อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Apple Reference Image จะไม่เปิดให้ใช้งานในสหภาพยุโรปและจีน บริษัทยังระบุว่า ราคา AirPods รุ่นใหม่จะเริ่มต้นที่ 129 ดอลลาร์ พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ AirPods รุ่นราคาประหยัดของบริษัทมีฟีเจอร์ดังกล่าว นอกจากนี้ Apple ยังเปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ซึ่งมีการอัปเกรดครั้งใหญ่ด้านฟีเจอร์สุขภาพ โดยเพิ่มฟีเจอร์วัดการฟื้นตัวของร่างกายและสมรรถภาพ รวมถึงปรับปรุงระบบติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ที่มา Reuters อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |