| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 89.38 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 3.22 ดอลลาร์ หรือ -3.5% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 102.59 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.69 ดอลลาร์ หรือ -2.6% ราคาน้ำมันปิดลดลงในวันอังคาร (29 ก.ย.) หลังมีสัญญาณว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอาจกลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในเดือนนี้ ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวจากสงครามอิหร่าน รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียกลับมาขนถ่ายน้ำมันจากท่าเรือยานบูในทะเลแดงอีกครั้ง หลังกลับมาเดินเครื่องท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง *** ข้อมูลจาก Conference Board เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในเดือนก.ย. สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่มุมมองต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานเป็นไปในทิศทางที่แย่ลง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง 6.7 จุด สู่ระดับ 81.9 โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าประมาณการในผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก *** บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รุ่นระยะยาวทะลุระดับสำคัญอีกครั้ง โดยยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งทะลุ 5.61% ในวันอังคาร และยังคงปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน ท่ามกลางแรงเทขายในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกที่รุนแรงขึ้น ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์ อายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและปริมาณการออกหุ้นกู้จำนวนมากยังกดดันตลาด ขณะที่การคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนต.ค. ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะที่ตลาดยังจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้ และรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ประจำเดือนก.ย. ในวันศุกร์ *** กองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังที่เหลืออยู่ออกจากฐานทัพในอิรักในวันพุธ ทำให้เกิดความกังวลว่า การถอนกำลังครั้งนี้อาจนำไปสู่สุญญากาศด้านความมั่นคง และอาจเปิดทางให้กองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านมีบทบาทมากขึ้น และเปิดโอกาสให้กลุ่มรัฐอิสลามซึ่งกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง สามารถฟื้นฟูศักยภาพและจัดตั้งกองกำลังใหม่ได้ *** กาตาร์แสดงความหวังว่า แนวทางทางการทูตโดยอาศัยตัวกลางเพื่อคลี่ลคายความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะนำไปสู่ความคืบหน้าในการเจรจา แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า ตนเองพร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าได้ลงนามในเอกสารที่ระบุว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) เป็น “Super intelligence” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นความพยายามผลักดันการเปลี่ยนชื่ออุตสาหกรรมดังกล่าว ขณะที่ทรัมป์ให้การสนับสนุนภาคส่วนนี้อย่างมาก แม้ชาวอเมริกันจะมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว *** บริษัทการลงทุนของสหรัฐฯ Cove Capital เล็งลงทุนในเอเชียกลางและภูมิภาคคอเคซัส นอกเหนือจากการลงทุนด้านทรัพยากรแร่ทังสเตนในคาซัคสถาน ภายใต้แผนของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พยายามลดการพึ่งพาแร่สำคัญจากจีน โดย Cove Capital มีแผนพัฒนาแหล่งทังสเตนในคาซัคสถาน ซึ่งอาจช่วยลดการครองตลาดทังสเตนของจีน โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 1,100 ล้านดอลลาร์ *** จีนประกาศมาตรการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือบริษัทที่อยู่ภายใต้หน่วยงานท้องถิ่นในการชำระหนี้ค้างชำระ และเร่งพยายามในการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของภาคธุรกิจ โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้จัดตั้งโครงการสินเชื่อสำหรับนำไปปล่อยกู้ต่อ (Relending facility) เพื่อจัดหาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารด้านนโยบาย นำไปปล่อยสินเชื่อแก่บริษัทจัดหาเงินทุนของรัฐบาลท้องถิ่น (LGFV) และบริษัทอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานท้องถิ่น *** ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) เพิ่มวงเงินโครงการ Relending facility เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องจักรอีก 200,000 ล้านหยวน (28,000 ล้านดอลลาร์) ส่งผลให้วงเงินรวมเพิ่มเป็น 1.4 ล้านล้านหยวน ตามแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร นอกจากนี้ ยังเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อที่เข้าเกณฑ์ซึ่งได้รับเงินทุนจากกลไกดังกล่าวเป็น 100% จากเดิม 60% มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนหลายด้าน เพื่อส่งเสริมให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อแก่ภาคส่วนกลุ่มเป้าหมาย อาทิ โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังเศรษฐกิจจีนชะลอตัวต่อเนื่องมานานหลายเดือน *** จีนประกาศมาตรการอุดหนุนดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยและปรับเปลี่ยนนโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร โดยจะอุดหนุนดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาถูกบางประเภททั่วประเทศ โดยผู้ซื้อบ้านหลังแรกจะได้รับเงินอุดหนุนในอัตราเทียบเท่า 1% ต่อปีของเงินต้นสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นระยะเวลาสูงสุด 5 ปี ตามแถลงการณ์ของกระทรวงการคลังจีนที่เผยแพร่เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร *** มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าหลายประเภทจากแคนาดาของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์นมหลายรายการ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่าแคนาดาจะยอมจำนวนในข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่แคนาดายืนยันว่าจะไม่ลงนามในข้อตกลงที่ส่งผลเสียต่อประเทศ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายยังคงหารือเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก *** จอห์น เทอร์นัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Apple เดินหน้าปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ เพื่อเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทำให้องค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยมุ่งเน้นด้านวิศวกรรม เทอร์นัสได้หารือถึงแผนลดการพึ่งพากำหนดการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตามรอบฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงแบบเดิม รวมถึงการยกเลิกตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางบางส่วน เพื่อลดลำดับชั้นการบริหารระหว่างวิศวกรกับผู้บริหารระดับสูง |