| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 6 พ.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 14.20 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 13.90 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 13.60 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 13.40 | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 13.20 | สรุปปัจจัยบวก + + กำไรสุทธิ 1Q69 เติบโตได้ดีทั้ง QoQ และ YoY โดยได้รับแรงหนุนจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบริษัทย่อยในยุโรป และการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) + ยอดขายเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งอาหารทะเลแปรรูป แช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง (บล.เอเซีย พลัส, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี) + การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบทำได้ดีผ่านการสต็อกสินค้าล่วงหน้า 2-4 เดือน ช่วยลดผลกระทบจากราคาปลาทูน่าที่ผันผวนในระยะสั้น (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) + มีแผนปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) + ได้รับปัจจัยบวกจากการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เหลือ 10% เท่ากันทุกประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและโอกาสขอคืนภาษี (บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) + ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) ลดลงจากการปรับโครงสร้างองค์กร และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาที่ลดลง (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.บัวหลวง) สรุปปัจจัยลบ - - อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า และผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป) - ต้นทุนวัตถุดิบ (ราคาปลาทูน่า) และบรรจุภัณฑ์มีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการสู้รบในตะวันออกกลาง (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส) - ปัจจัยทางฤดูกาลส่งผลให้ยอดขายบางไตรมาสอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าอาจกระทบต่อมาร์จิ้น (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส) - แนวโน้มกำไร 2Q69 อาจชะลอตัวลง YoY เนื่องจากฐานกำไรในปีก่อนอยู่ในระดับที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ (บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี) |