| ตลท. ผนึก FETCO ร่วมคณะรัฐบาลไทยโรดโชว์พบนักลงทุนสถาบันระดับโลกในนิวยอร์ก-ลอนดอน ระหว่าง 22-25 ก.ย. 2569 มี 43 กองทุน AUM รวมกว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าร่วม ด้าน FETCO เผยตั้งแต่ต้นปีเงินทุนต่างชาติไหลกลับตลาดหุ้นไทยแล้วราว 1,500 ล้านดอลลาร์ หลัง 3 ปีที่ผ่านมามีเงินไหลออกกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ร่วมคณะรัฐบาลไทยเดินสายโรดโชว์ตลาดทุนในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย.2569 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำเสนอศักยภาพเศรษฐกิจไทยแก่ผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ โดยมีผู้ลงทุนจาก 43 กองทุนชั้นนำเข้าร่วมรับฟังข้อมูล คิดเป็นสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมกว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การโรดโชว์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ นักลงทุนที่นิวยอร์กให้น้ำหนักกับจุดยืนความเป็นกลางของไทยท่ามกลางความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยมองว่าอาจเป็นโอกาสของไทยในการดึงดูดเงินลงทุนจากหลายประเทศ หากสามารถรักษาจุดยืนดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังให้ความสนใจผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อราคาพลังงานและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงแนวทางลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ รัฐบาลยังนำเสนอ JUMP+ และ BOI to IPO เป็นกลไกสนับสนุนธุรกิจกลุ่ม New Economy ให้สามารถเข้าถึงตลาดทุนไทยมากขึ้น ส่วนการโรดโชว์ที่กรุงลอนดอน นักลงทุนสถาบันอังกฤษให้น้ำหนักกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นประเด็นสำคัญ ตามด้วยแรงส่งจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลและความสามารถในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว FETCO เผยเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 10% ของเงินทุนที่ไหลออกกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ เสถียรภาพทางการเมือง แผนเศรษฐกิจระยะยาวที่ชัดเจน และการกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียน สำหรับการโรดโชว์ที่นิวยอร์ก มีผู้บริหารระดับสูงของกองทุนชั้นนำเข้าร่วมรับฟังข้อมูลโดยตรง ซึ่ง FETCO ระบุว่า นักลงทุนให้ความสนใจความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล รวมถึงความท้าทายในการนำนโยบายไปปฏิบัติ เสถียรภาพทางการเงิน และทิศทางค่าเงินบาท นิวยอร์กดึง 22 กองทุนยักษ์ AUM 45 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับกิจกรรมที่นครนิวยอร์ก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับความร่วมมือจาก Bank of America ในการเชิญผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ โดยมี 22 กองทุนชั้นนำเข้าร่วมประชุม อาทิ BlackRock, Blackstone, Citadel, Fidelity และ Schroders มี AUM รวมประมาณ 45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีการพบแบบ One-on-One กับ PIMCO และ Brookfield รวมถึงการหารือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Microsoft และ Google ขณะที่ Jefferies ซึ่งเป็นพันธมิตรของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำ 15 กองทุนชั้นนำที่มี AUM รวมประมาณ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าร่วมรับฟังข้อมูลจากนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนที่กรุงลอนดอน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ UBS เชิญผู้ลงทุนสถาบันระดับสูงจาก 8 กองทุน อาทิ BlackRock และ Schroders เข้าร่วม โดยมี AUM รวมประมาณ 16.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลท.จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing-พัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากการพบผู้ลงทุนแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน กรอบความร่วมมือครอบคลุมการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในสองตลาด (Dual Listing) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ETF ข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี ผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างกัน โดย ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทและผู้ลงทุนของทั้งสองประเทศเข้าถึงตลาดและผลิตภัณฑ์ทางการเงินระหว่างกันได้มากขึ้น ในโอกาสเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย ณ NYSE เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยต่อนักลงทุนระดับโลก ทั้งนี้ ตัวเลข 43 กองทุนและ AUM กว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นจำนวนที่ไม่นับซ้ำกองทุนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งในนิวยอร์กและลอนดอน |