เงินยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน หลังตลาดคาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยต่อ หนุนดอลลาร์แข็งค่า
เงินยูโรอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และกดดันสกุลเงินหลักทั่วโลก โดยยูโรอ่อนลง 0.5% แตะระดับ 1.1312 ดอลลาร์ ในวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025
แรงกดดันต่อเงินยูโรมาจากดอลลาร์ที่แข็งค่าในวงกว้างตามการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ขณะเดียวกันดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นราว 2% ในเดือนกันยายน ส่วนเงินยูโรร่วงลงประมาณ 2.6% สะท้อนความเชื่อของนักลงทุนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะรองรับนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปได้มากกว่าเขตยูโรโซน
มุมมองจากนโยบายการเงินสหรัฐฯ และยุโรป
ในฝั่งยุโรป ท่าทีของ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ที่ส่งสัญญาณผ่อนปรนนโยบายการเงิน ยิ่งทำให้ส่วนต่างทิศทางดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปชัดเจนขึ้น นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่าเงินยูโรยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อ หาก Fed ยังคงส่งสัญญาณคุมเข้มเพื่อกดเงินเฟ้อ ขณะที่ ECB เดินหน้าแนวทางที่ผ่อนคลายกว่าเดิม
ด้าน Morgan Stanley ประเมินว่าเงินยูโรอาจอ่อนค่าลงได้อีกประมาณ 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ภายในกลางปี 2027 หากปัจจัยพื้นฐานยังเอื้อต่อดอลลาร์ต่อเนื่อง แนวโน้มดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่อาจหนุนหรือเปลี่ยนมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยรอบถัดไปของ Fed
ผลกระทบต่อไทยและตลาดการเงิน
สำหรับประเทศไทย การแข็งค่าของดอลลาร์มักสร้างแรงกดดันให้ เงินบาทอ่อนค่า ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อกลุ่มส่งออกที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่งจะเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ พลังงาน และเครื่องจักร นอกจากนี้ หากกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง หุ้นไทยอาจเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติได้เช่นกัน
ในตลาดสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น ทองคำ และพันธบัตร แนวโน้มระยะสั้นยังมีความผันผวนสูงจากดอลลาร์แข็งและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจริงที่ปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม นักกลยุทธ์บางส่วนมองว่าแรงขายในเงินยูโรอาจมากเกินปัจจัยพื้นฐานแล้ว และสัญญาณทางเทคนิคเริ่มสะท้อนโอกาสที่ยูโรอาจดีดกลับได้หากแรงหนุนดอลลาร์เริ่มชะลอตัว
ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป
- ท่าทีของ Fed ต่อการขึ้นดอกเบี้ยและการควบคุมเงินเฟ้อ
- แนวโน้มผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว
- ความแตกต่างด้านนโยบาย ระหว่าง Fed และ ECB
- ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย ในตลาดเกิดใหม่และตลาดหุ้นไทย
โดยสรุป การอ่อนค่าของเงินยูโรครั้งนี้สะท้อนแรงหนุนดอลลาร์ที่ยังแข็งแกร่งจากความคาดหวังต่อ Fed และการตอบสนองของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเงิน สินทรัพย์เสี่ยง และทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป