เยอรมนีเร่งลงทุน AI จับมือ NVIDIA ฟื้นเศรษฐกิจยุโรป
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ทซ์ ของเยอรมนีประกาศเดินหน้าใช้จุดแข็งของยุโรปเพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันแผนเพิ่มการลงทุนใน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และปฏิรูประบบบำนาญกับตลาดแรงงาน โดยล่าสุดเยอรมนีเปิดความร่วมมือกับ NVIDIA Corp. เพื่อพัฒนา AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านยูโรเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุดของยุโรป ขณะเดียวกันตลาดการเมืองภายในและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
EU ดันศักยภาพผู้บริโภค 450 ล้านคนไล่ตามคู่แข่งด้านเทคโนโลยี
แมร์ทซ์ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ในกรุงเบอร์ลินว่า สหภาพยุโรปหรือ EU มีศักยภาพมากพอที่จะใช้พลังของผู้บริโภคกว่า 450 ล้านคน เพื่อไล่ตามประเทศคู่แข่งที่นำหน้าในด้านเทคโนโลยี เขากล่าวว่า ยุโรปมีสิ่งที่พร้อมจะนำเสนอ และมีความมั่นใจเพียงพอที่จะบอกได้ว่าจะตามทันและลงมือทำให้สำเร็จ คำประกาศนี้สะท้อนท่าทีเชิงรุกของรัฐบาลเยอรมนีที่ต้องการปลุกการลงทุนภาคเอกชนและยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมในช่วงที่เศรษฐกิจยุโรปเผชิญแรงกดดันรอบด้าน
การร่วมมือกับ NVIDIA มีความหมายมากกว่าข่าวการลงทุนทั่วไป เพราะ AI กลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่เชื่อมโยงกับการผลิต อุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบอัตโนมัติ และศูนย์ข้อมูล หากแผนนี้เดินหน้าได้จริง อาจสร้างแรงส่งต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีในเอเชียด้วย โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์
แรงกดดันการเมืองในประเทศยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ
แม้ภาพรวมดูเป็นบวก แต่ความเสี่ยงทางการเมืองยังไม่หายไป โดยพรรคขวาจัด ทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งระดับรัฐหลายแห่ง ขณะที่การประท้วงเรื่องค่าครองชีพในฝรั่งเศสและประเทศยุโรปอื่น ๆ อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ แมร์ทซ์ย้ำชัดว่าเขาไม่สนับสนุนแนวคิดการออกจากยูโรโซน และเตือนว่าหากเยอรมนีถอนตัวจากสหภาพการเงิน ยูโรโซนอาจล่มสลาย และความเสียหายใหญ่ที่สุดจะตกกับเยอรมนีเอง
ประเด็นนี้สะท้อนว่าตลาดยุโรปยังต้องเผชิญแรงเสียดทานทั้งจากภายในและภายนอก แม้รัฐบาลจะพยายามส่งสัญญาณเชิงบวกด้านการลงทุน แต่การเมืองภายในที่ผันผวนอาจทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ราบรื่นเท่าที่คาด นักลงทุนจึงควรติดตามความคืบหน้าของนโยบายเศรษฐกิจและสัญญาณจากการเลือกตั้งในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง
EU เดินหน้ามาตรการตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม
ในระดับนโยบายการค้า ผู้นำ EU มีมติในสัปดาห์ก่อนหน้าเกี่ยวกับเครื่องมือตอบโต้แนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงแนวคิดตัดขาดประเทศคู่แข่งทางเศรษฐกิจอย่าง จีน ออกจากตลาดเดียวของกลุ่ม แมร์ทซ์กล่าวว่าเขาไม่ต้องการให้เกิดสงครามการค้ากับจีน แต่ก็ประหลาดใจที่ประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ มีจุดยืนร่วมกันชัดเจนขนาดนี้ ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่ายุโรปเริ่มจริงจังกับการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศและลดความเสี่ยงจากการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์
รัฐบาลเยอรมนียังเปิดเผยด้วยว่ามีบริษัทภาคเอกชนประกาศแผนลงทุนในประเทศแล้วมากกว่า 200,000 ล้านยูโร หรือราว 224,000 ล้านดอลลาร์ ในปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวช่วยหนุนมุมมองว่าเยอรมนีกำลังพยายามดึงเงินทุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านนโยบายสนับสนุนการลงทุนและเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ผลต่อหุ้นไทย Fund Flow และการจัดพอร์ตลงทุน
สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้ให้สัญญาณแบบผสม หากยุโรปเดินหน้าลงทุนด้าน AI จริง ห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียอาจได้อานิสงส์ทางอ้อม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความต้องการศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์ AI แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าของ EU ต่อจีนอาจทำให้การค้าโลกผันผวน และกระทบต่อ Fund Flow รวมถึงเงินทุนที่ไหลเข้าออกตลาดเกิดใหม่อย่างไทย
นักลงทุนควรติดตามทั้งทิศทางค่าเงินและกระแสเงินทุน เพราะหากยุโรปเริ่มใช้มาตรการตอบโต้จีนจริง หุ้นส่งออกและหุ้นในห่วงโซ่อุปทานเอเชียอาจถูกกดดันในระยะสั้น ขณะเดียวกันสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคำ และ พันธบัตรรัฐบาลคุณภาพสูง อาจได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงที่ตลาดเข้าสู่โหมดระวังความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากตลาดเริ่มเชื่อว่าเยอรมนีจะใช้มาตรการการคลังขนาดใหญ่เพื่อดึงการลงทุนจริง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอาจปรับขึ้นจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงควรประเมินสมดุลระหว่างหุ้นเทคโนโลยี ทองคำ และบอนด์ในพอร์ตให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- โอกาส: AI และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุโรปอาจหนุนดีมานด์ในห่วงโซ่อุปทานเอเชีย
- ความเสี่ยง: มาตรการการค้ากับจีนอาจทำให้ตลาดโลกผันผวน
- กลยุทธ์: ติดตาม Fund Flow ค่าเงิน และกระจายพอร์ตระหว่างหุ้น ทองคำ และบอนด์