| คปภ.เรียกภาคธุรกิจประกันภัยประชุมรับมือน้ำท่วม เร่งสำรวจความเสียหาย-จ่ายค่าสินไหม โดยกรณีพิสูจน์ความเสียหายชัดเจนพร้อมจ่ายภายในไม่เกิน 7 วัน รวมถึงพื้นที่กรุงเทพฯ เตรียมรถยก-รถลากช่วยเคลื่อนย้ายรถยนต์ พร้อมกำหนดแนวทางประเมินรถ EV แยกจากรถสันดาป และออกมาตรการช่วยเหลือบ้าน ร้านค้า และผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ นายชูฉัตร ประมูลผล สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย โดยหารือทั้งเรื่องบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ การสำรวจและประเมินความเสียหาย รวมถึงการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้ ได้ประสานภาคธุรกิจประกันภัยให้เตรียมความพร้อมรองรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยใช้ฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System: IBS) สำรวจข้อมูลกรมธรรม์ในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังเตรียมรถยกและรถลากสำหรับช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมหรือกีดขวางการจราจร รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับรถที่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ประสบภัย เคลมชัดจ่ายไม่เกิน 7 วัน คปภ.เน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยเร่งสำรวจและประเมินความเสียหาย ทั้งรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สิน พร้อมเพิ่มช่องทางให้ผู้เอาประกันภัยแจ้งเหตุและประสานขอรับความช่วยเหลือได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่เริ่มดำเนินการเชิงรุก โดยจัดทีมติดต่อผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยผ่านโทรศัพท์ LINE และช่องทางออนไลน์ เพื่อคัดแยกผู้ได้รับผลกระทบและนัดหมายสำรวจความเสียหายล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีน้ำสูงและไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน คปภ.กำชับให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยกรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันภัยมีความพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทน ภายในไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss บริษัทจะเร่งจัดเตรียมเอกสารควบคู่กับการประเมินความเสียหาย เพื่อให้สามารถชดใช้ค่าสินไหมได้รวดเร็วตามเงื่อนไขกรมธรรม์ รถติดไฟแนนซ์ เร่งประสานธนาคารลดขั้นตอน สำหรับรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อหรือมีภาระกับสถาบันการเงิน ปัญหาสำคัญคือความล่าช้าในการรวบรวมเอกสารจากผู้ให้บริการสินเชื่อ ซึ่งอาจกระทบการจ่ายค่าสินไหมกรณี Total Loss คปภ.จึงเตรียมประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมและส่งต่อเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการประเมินความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม โดยที่ประชุมเห็นแนวทางแยกการพิจารณาระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ให้ใช้แนวทางประเมินความเสียหาย 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ A-E ของ คปภ. ประกอบการพิจารณา โดยการจ่ายค่าสินไหมจะอิงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ ส่วนรถ EV จะพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ควบคู่กับความเสียหายของตัวรถ โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วม ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากไม่สามารถฟื้นฟูได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่าย Total Loss หรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิตรถ EV แต่ละยี่ห้อและรุ่นประกอบด้วย ออกมาตรการช่วยบ้าน-ร้านค้า นอกจากการเร่งเคลม คปภ.ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยสำหรับประกันชีวิต บริษัทประกันภัยอาจขยายระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยออกไปอีก 60 วัน และผ่อนผันมาตรการบางประการสำหรับกรมธรรม์ที่สิ้นผลจากการขาดชำระเบี้ย ด้านประกันวินาศภัย กรณีประกันภัยรถยนต์ บริษัทอาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยประกันภัยได้ถึง 180 วัน นับจากวันที่สัญญาประกันภัยมีผลบังคับหรือวันที่เริ่มต้นความคุ้มครอง สำหรับรถยนต์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่การประกันภัยประเภทอื่นสามารถขยายระยะเวลาการเก็บเบี้ยได้ไม่เกิน 90 วัน สำหรับ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงิน 10,000 บาท สำหรับบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยผู้เอาประกันภัยต้องนำเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่เสียหาย ส่วนกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงิน 20,000 บาท และหากซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาท สำหรับร้านค้าที่ทำประกันอัคคีภัยหรือประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) และซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น 30,000 บาท หากความเสียหายสูงกว่าวงเงินดังกล่าว สามารถยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมได้ คปภ.กำชับภาคธุรกิจประกันภัยให้เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ และเครือข่ายอู่ซ่อมรถให้เพียงพอ โดยเฉพาะหลังระดับน้ำลดลงและสามารถเข้าพื้นที่ได้ เพื่อเร่งสำรวจความเสียหาย อำนวยความสะดวกผู้เอาประกันภัย และจ่ายค่าสินไหมอย่างรวดเร็ว |