15 พ.ค. 2569 17:32 น.TKC เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่TKC เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 17:32 น. TKC เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ รุกธุรกิจ AI–Cloud–Cyber Security ตั้งเป้ารายได้ New Business แตะ 40% ใน 3-5 ปี โชว์กำไรไตรมาส 1/69 โต 8.21% ตุน Backlog กว่า 3,400 ลบ.“บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส หรือ TKC” ประกาศปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งสำคัญ มุ่งเน้นการขยายตัวเข้าสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) ที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ AI, Cloud, Data Center และ Cyber Security เต็มรูปแบบ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างสัดส่วนรายได้ให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ล่าสุดประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 ทำกำไร 55.22 ลบ. โต 8.21% YoY มีรายได้รวม 521.31 ลบ. ลดลง 38.12% โดยรายได้จากงานขายลดลง ปัจจุบันมี Backlog จำนวนกว่า 3,400 ลบ.นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้วางเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 โดยตั้งเป้าสร้างสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ไม่น้อยกว่า 25% และมีแผนที่จะผลักดันสัดส่วนดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 40% ของรายได้รวมทั้งหมดภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดดิจิทัลที่มีอัตรากำไร (Margin) สูงในด้านการดำเนินงานปัจจุบัน บริษัทได้เริ่มลงนามในสัญญาจ้างงานบางส่วนสำหรับปี 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลงานใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากระดับ 20% ในปีหน้า สู่เป้าหมาย 40% ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อลดความผันผวนของรายได้และสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับองค์กรสำหรับการขยายฐานธุรกิจสู่สากล ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการนำร่อง (Pilot Project) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ งานด้านการสำรวจ, นวัตกรรมการเกษตร และระบบความปลอดภัยขั้นสูง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของความร่วมมือและเริ่มดำเนินการได้ภายใน 10-12 เดือนข้างหน้าทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน บริษัทได้ประกาศใช้นโยบาย ESG Screening ในทุกขั้นตอนการลงทุน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมในภาคการเกษตรและการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุหลักการด้านธรรมาภิบาลที่ชัดเจน ด้วยนโยบาย “ไม่ลงทุนในธุรกิจอาวุธเชิงรุก” เพื่อรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจตามหลักสากลและความรับผิดชอบต่อสังคม“บริษัทเชื่อมั่นว่าทิศทางการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลา 3-5 ปีที่วางไว้ เพื่อสร้างฐานธุรกิจที่สมดุลระหว่างผลกำไรที่เติบโตและความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลสืบไป” นายสยาม กล่าวทิ้งท้ายล่าสุดผลประกอบการบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 55.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไร 51.03 ล้านบาท มีรายได้รวม 521.31 ล้านบาท ลดลง 38.12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 842.45 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายลดลง 99.87%โดยมีรายได้จากงานโครงการจำนวน 258.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต โดยมุ่งเน้นธุรกิจเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นดิจิทัลครบวงจรที่รองรับเมกะเทรนด์ด้าน Cloud Solution, Cyber Security, Smart Solution, Software Development เป็นต้น efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 17:32 น. TKC เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ รุกธุรกิจ AI–Cloud–Cyber Security ตั้งเป้ารายได้ New Business แตะ 40% ใน 3-5 ปี โชว์กำไรไตรมาส 1/69 โต 8.21% ตุน Backlog กว่า 3,400 ลบ.“บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส หรือ TKC” ประกาศปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งสำคัญ มุ่งเน้นการขยายตัวเข้าสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) ที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ AI, Cloud, Data Center และ Cyber Security เต็มรูปแบบ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างสัดส่วนรายได้ให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ล่าสุดประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 ทำกำไร 55.22 ลบ. โต 8.21% YoY มีรายได้รวม 521.31 ลบ. ลดลง 38.12% โดยรายได้จากงานขายลดลง ปัจจุบันมี Backlog จำนวนกว่า 3,400 ลบ.นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้วางเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 โดยตั้งเป้าสร้างสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ไม่น้อยกว่า 25% และมีแผนที่จะผลักดันสัดส่วนดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 40% ของรายได้รวมทั้งหมดภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดดิจิทัลที่มีอัตรากำไร (Margin) สูงในด้านการดำเนินงานปัจจุบัน บริษัทได้เริ่มลงนามในสัญญาจ้างงานบางส่วนสำหรับปี 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลงานใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากระดับ 20% ในปีหน้า สู่เป้าหมาย 40% ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อลดความผันผวนของรายได้และสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับองค์กรสำหรับการขยายฐานธุรกิจสู่สากล ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการนำร่อง (Pilot Project) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ งานด้านการสำรวจ, นวัตกรรมการเกษตร และระบบความปลอดภัยขั้นสูง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของความร่วมมือและเริ่มดำเนินการได้ภายใน 10-12 เดือนข้างหน้าทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน บริษัทได้ประกาศใช้นโยบาย ESG Screening ในทุกขั้นตอนการลงทุน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมในภาคการเกษตรและการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุหลักการด้านธรรมาภิบาลที่ชัดเจน ด้วยนโยบาย “ไม่ลงทุนในธุรกิจอาวุธเชิงรุก” เพื่อรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจตามหลักสากลและความรับผิดชอบต่อสังคม“บริษัทเชื่อมั่นว่าทิศทางการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลา 3-5 ปีที่วางไว้ เพื่อสร้างฐานธุรกิจที่สมดุลระหว่างผลกำไรที่เติบโตและความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลสืบไป” นายสยาม กล่าวทิ้งท้ายล่าสุดผลประกอบการบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 55.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไร 51.03 ล้านบาท มีรายได้รวม 521.31 ล้านบาท ลดลง 38.12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 842.45 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายลดลง 99.87%โดยมีรายได้จากงานโครงการจำนวน 258.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต โดยมุ่งเน้นธุรกิจเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นดิจิทัลครบวงจรที่รองรับเมกะเทรนด์ด้าน Cloud Solution, Cyber Security, Smart Solution, Software Development เป็นต้น