`อนุทิน` ผนึกค้าปลีก-ส่ง เปิด “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ขนทัพสินค้าลดราคาสุงสุด 58% ช่วยประชาชน

รูป `อนุทิน` ผนึกค้าปลีก-ส่ง เปิด “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ขนทัพสินค้าลดราคาสุงสุด 58% ช่วยประชาชน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 เม.ย. 69 14:43 น.

 

“อนุทิน” เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผนึกห้างดังค้าปลีก-ส่ง ปล่อยสินค้าลดสูงสุด 58% หั่นราคาสินค้า House Brand เริ่มทั่วประเทศ 1 เม.ย. นี้ หวังลดค่าครองชีพสู้ผลกระทบตะวันออกกลาง พร้อมจับตาสถานการณ์ราคาใกล้ชิด

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกกลาง ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อราคาพลังงาน ภาวะเศรษฐกิจ และค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

-เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน รัฐบาลจึงได้ออกโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จากสภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

 

-โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยจับมือกับห้างค้าส่งและ ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย (Supplier) เพื่อขอความร่วมมือลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ เริ่มนำร่องดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นต้นไป

 

“รัฐบาลได้ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว ที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการออกมาตรการ เพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อประชาชน เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มุ่งเน้นทางเลือกใหม่ ร่วมกับผู้ประกอบการ โมเดิร์นเทรด ผู้ผลิตสินค้า เพื่อสนับสนุนให้สินค้าจำเป็น ในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน มีราคาที่เหมาะสม เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพพี่น้องประชาชน”นายอนุทิน กล่าว

 

-วันนี้กระทรวงพาณิชย์ รับนโยบายรัฐบาลในการหาสินค้าราคาประหยัด ถูกกว่าท้องตลาด ซึ่งเป็นสินค้าที่ทางผู้ผลิตยินดีที่จะลดราคาต้นทุนค่าการตลาดให้ โดยผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจรับทราบถึงความเดือดร้อน และต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกัน จะเป็นการทำให้สินค้าเหล่านี้ถูกแพร่กระจายไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง เข้าถึงได้ง่าย

 

ผนึกกำลัง Modern Trade ดันสินค้า "แบรนด์ทางเลือก"

 

-กลไกสำคัญของโครงการนี้คือการได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการห้างค้าส่งและห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้า โดยเน้นการนำสินค้ากลุ่ม House Brand ของห้างร้านต่าง ๆ และ แบรนด์ทางเลือก (Second Tier) มาจัดจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าปกติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสมและประหยัดได้จริง

 

-เน้นย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคว่า สินค้าแบรนด์ทางเลือกเหล่านี้เป็นสินค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและมีคุณภาพดี แม้บางรายการอาจจะมีบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่ดูไม่สวยงามเท่าแบรนด์พรีเมียม หรือเน้นวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อมากกว่าห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แต่คุณภาพของสินค้าภายในนั้นมีมาตรฐานเดียวกัน

 

"สินค้าเหล่านี้ผลิตโดยคนไทยที่มีจิตใจเป็นกุศล ต้องการช่วยแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนในยามวิกฤต โดยการลดต้นทุนค่าการตลาดลง ทำให้สามารถขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าป้ายหรือราคาห้างทั่วไป"นายอนุทิน กล่าว

 

-ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ ตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก และซัพพลายเออร์รายใหญ่ 20 ราย ได้แก่ ซีพี แอ๊กซ์ตร้า (Makro, Lotus’s) , ซีพีออลล์ (7 Eleven) , บิ๊กซี (Big C) , เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ (GO Wholesale) เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (TOPS/TOPS FOOD HALL/TOPS DAILY/TOPS ONLINE/TOP CARE) เซ็นทรัล วัตสัน

 

-เดอะมอลล์ กรุ๊ป (Gourmet Market) ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (Foodland) ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป (CJ More/CJ Supermarket) และผู้ผลิตชั้นนำอย่าง สหพัฒนพิบูล ยูนิลีเวอร์ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ คาโอ ไวไว ไทยยูเนี่ยน ข้าวมาบุญครอง ข้าวตราไก่แจ้ ข้าวหงส์ทอง ข้าวแสนดี น้ำมันพืชปทุม เพื่อจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำสินค้ากลุ่ม House Brand ซึ่งเป็นสินค้าที่ห้างร้านผลิตเอง และสินค้าแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ที่มีคุณภาพดีเข้าร่วมลดราคา

 

โครงการนี้แบ่งสินค้าเป็น 2 กลุ่มหลักคือ

 

1.สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน

 

2.สินค้าบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล ซอส ปรุงรส น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง โดยมีห้างร้าน และจุดจำหน่ายเข้าร่วมโครงการครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 25-58% ในกลุ่มสินค้าที่เข้าร่วมรายการ และยังเป็นการช่วยเชื่อมต่อสินค้าให้กับผู้ประกอบการรายย่อยไปในตัวด้วย

 

-ด้านเดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับโครงการ “ไทยช่วยไทย” ของรัฐบาล โดยกูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้รวบรวมสินค้า House Brand ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าตลาดสด ราคาพิเศษกว่า 1,800 รายการ เช่น ข้าวสาร , น้ำมันพืช , น้ำดื่ม ,กระดาษทิชชู่ ,ถุงขยะ , ผลไม้กระป๋อง และผักสด เป็นต้น พร้อมจัดสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่น ทั้งสินค้าราคาพิเศษสำหรับสมาชิก M Card รวมถึงโปรโมชั่น 1 แถม 1

 

-ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช ยังร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชน โดยออกโปรโมชั่น WEEDAY FLEET CARD มอบสิทธิ์ช่วยเติมน้ำมัน มูลค่า 300 บาท เมื่อใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป ในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างวันที่ 13-30 เม.ย. 2569

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

`อนุทิน` ผนึกค้าปลีก-ส่ง เปิด “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ขนทัพสินค้าลดราคาสุงสุด 58% ช่วยประชาชน