14 ก.ค. 2569แบงก์วอลล์สตรีทโกยค่าธรรมเนียมจาก SpaceX IPO ดันรายได้พุ่งTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ก.ค. 69 18:25 น. ตลาดวาณิชธนกิจของสหรัฐกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังการเข้าจดทะเบียนของ SpaceX IPO และกระแสดีลควบรวมกิจการขนาดใหญ่ ช่วยหนุนค่าธรรมเนียมของธนาคารวอลล์สตรีทให้มีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ธนาคารลงทุนรายใหญ่ 5 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America และ Citigroup คาดว่าจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 2 หรือคิดเป็น 11.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021แรงหนุนสำคัญมาจากค่าธรรมเนียมในตลาดทุนหุ้นที่คาดว่าจะรวมกันแตะ 2.7 พันล้านดอลลาร์ โดยดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือค่าธรรมเนียมราว 500 ล้านดอลลาร์ จากการเสนอขายหุ้นของ SpaceX ซึ่งจ่ายให้กับแบงก์วาณิชธนกิจ 23 แห่ง และนับเป็นค่าธรรมเนียมระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ ขณะเดียวกันคลื่นการทำ IPO และ M&A ขนาดใหญ่ยังได้รับอานิสงส์จากบริษัทเทคโนโลยีอย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ที่สร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการระดมทุนและการซื้อกิจการแรงส่งจากตลาดทุนและความหวังต่อ AIในมุมมองของตลาดการเงินแบบ Multi-Asset ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเงินทุนกำลังไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความคึกคักของตลาดหุ้นสหรัฐ ความคาดหวังต่อการเติบโตของธีม AI และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมเอื้อต่อการทำธุรกรรมในตลาดทุนมากขึ้นดีลเอกชนยังไม่ฟื้นเต็มที่เพราะดอกเบี้ยสูงอย่างไรก็ตาม ภาพการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นทุกส่วนของตลาดอย่างเท่าเทียมกัน โดยดีลขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนและกองทุนไพรเวทอิควิตี้ยังไม่คึกคักมากนัก สาเหตุหลักมาจาก อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนทางการเงินแพงขึ้นและกดดันความต้องการทำธุรกรรมบางประเภท แม้ตลาดวาณิชธนกิจโดยรวมจะได้รับแรงหนุนชัดเจนจาก IPO และ M&A ขนาดใหญ่แนวโน้มรายได้วาณิชธนกิจสหรัฐในไตรมาส 2รายได้ค่าธรรมเนียมรวม ของธนาคารใหญ่ 5 แห่งคาดเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบรายปีมูลค่ารวม คาดอยู่ที่ 11.1 พันล้านดอลลาร์ค่าธรรมเนียมตลาดทุนหุ้น คาดแตะ 2.7 พันล้านดอลลาร์ค่าธรรมเนียม SpaceX IPO ราว 500 ล้านดอลลาร์จำนวนธนาคารที่ร่วมดีล SpaceX รวม 23 แห่งการฟื้นตัวของรายได้วาณิชธนกิจครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า ตลาดทุนสหรัฐกำลังกลับมามีบทบาทในฐานะแหล่งสร้างรายได้หลักของแบงก์วอลล์สตรีทอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อดีลขนาดใหญ่และกระแสลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยียังมีโอกาสต่อเนื่องในช่วงถัดไป แท็กที่เกี่ยวข้องวาณิชธนกิจIPOM&ASpaceXJPMorgan ChaseGoldman SachsMorgan StanleyBank of AmericaCitigroupค่าธรรมเนียม
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ก.ค. 69 18:25 น. ตลาดวาณิชธนกิจของสหรัฐกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังการเข้าจดทะเบียนของ SpaceX IPO และกระแสดีลควบรวมกิจการขนาดใหญ่ ช่วยหนุนค่าธรรมเนียมของธนาคารวอลล์สตรีทให้มีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ธนาคารลงทุนรายใหญ่ 5 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America และ Citigroup คาดว่าจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 2 หรือคิดเป็น 11.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021แรงหนุนสำคัญมาจากค่าธรรมเนียมในตลาดทุนหุ้นที่คาดว่าจะรวมกันแตะ 2.7 พันล้านดอลลาร์ โดยดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือค่าธรรมเนียมราว 500 ล้านดอลลาร์ จากการเสนอขายหุ้นของ SpaceX ซึ่งจ่ายให้กับแบงก์วาณิชธนกิจ 23 แห่ง และนับเป็นค่าธรรมเนียมระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ ขณะเดียวกันคลื่นการทำ IPO และ M&A ขนาดใหญ่ยังได้รับอานิสงส์จากบริษัทเทคโนโลยีอย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ที่สร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการระดมทุนและการซื้อกิจการแรงส่งจากตลาดทุนและความหวังต่อ AIในมุมมองของตลาดการเงินแบบ Multi-Asset ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเงินทุนกำลังไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความคึกคักของตลาดหุ้นสหรัฐ ความคาดหวังต่อการเติบโตของธีม AI และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมเอื้อต่อการทำธุรกรรมในตลาดทุนมากขึ้นดีลเอกชนยังไม่ฟื้นเต็มที่เพราะดอกเบี้ยสูงอย่างไรก็ตาม ภาพการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นทุกส่วนของตลาดอย่างเท่าเทียมกัน โดยดีลขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนและกองทุนไพรเวทอิควิตี้ยังไม่คึกคักมากนัก สาเหตุหลักมาจาก อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนทางการเงินแพงขึ้นและกดดันความต้องการทำธุรกรรมบางประเภท แม้ตลาดวาณิชธนกิจโดยรวมจะได้รับแรงหนุนชัดเจนจาก IPO และ M&A ขนาดใหญ่แนวโน้มรายได้วาณิชธนกิจสหรัฐในไตรมาส 2รายได้ค่าธรรมเนียมรวม ของธนาคารใหญ่ 5 แห่งคาดเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบรายปีมูลค่ารวม คาดอยู่ที่ 11.1 พันล้านดอลลาร์ค่าธรรมเนียมตลาดทุนหุ้น คาดแตะ 2.7 พันล้านดอลลาร์ค่าธรรมเนียม SpaceX IPO ราว 500 ล้านดอลลาร์จำนวนธนาคารที่ร่วมดีล SpaceX รวม 23 แห่งการฟื้นตัวของรายได้วาณิชธนกิจครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า ตลาดทุนสหรัฐกำลังกลับมามีบทบาทในฐานะแหล่งสร้างรายได้หลักของแบงก์วอลล์สตรีทอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อดีลขนาดใหญ่และกระแสลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยียังมีโอกาสต่อเนื่องในช่วงถัดไป
ตลาดวาณิชธนกิจของสหรัฐกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังการเข้าจดทะเบียนของ SpaceX IPO และกระแสดีลควบรวมกิจการขนาดใหญ่ ช่วยหนุนค่าธรรมเนียมของธนาคารวอลล์สตรีทให้มีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ธนาคารลงทุนรายใหญ่ 5 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America และ Citigroup คาดว่าจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 2 หรือคิดเป็น 11.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021แรงหนุนสำคัญมาจากค่าธรรมเนียมในตลาดทุนหุ้นที่คาดว่าจะรวมกันแตะ 2.7 พันล้านดอลลาร์ โดยดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือค่าธรรมเนียมราว 500 ล้านดอลลาร์ จากการเสนอขายหุ้นของ SpaceX ซึ่งจ่ายให้กับแบงก์วาณิชธนกิจ 23 แห่ง และนับเป็นค่าธรรมเนียมระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ ขณะเดียวกันคลื่นการทำ IPO และ M&A ขนาดใหญ่ยังได้รับอานิสงส์จากบริษัทเทคโนโลยีอย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ที่สร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการระดมทุนและการซื้อกิจการแรงส่งจากตลาดทุนและความหวังต่อ AIในมุมมองของตลาดการเงินแบบ Multi-Asset ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเงินทุนกำลังไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความคึกคักของตลาดหุ้นสหรัฐ ความคาดหวังต่อการเติบโตของธีม AI และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมเอื้อต่อการทำธุรกรรมในตลาดทุนมากขึ้นดีลเอกชนยังไม่ฟื้นเต็มที่เพราะดอกเบี้ยสูงอย่างไรก็ตาม ภาพการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นทุกส่วนของตลาดอย่างเท่าเทียมกัน โดยดีลขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนและกองทุนไพรเวทอิควิตี้ยังไม่คึกคักมากนัก สาเหตุหลักมาจาก อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนทางการเงินแพงขึ้นและกดดันความต้องการทำธุรกรรมบางประเภท แม้ตลาดวาณิชธนกิจโดยรวมจะได้รับแรงหนุนชัดเจนจาก IPO และ M&A ขนาดใหญ่แนวโน้มรายได้วาณิชธนกิจสหรัฐในไตรมาส 2รายได้ค่าธรรมเนียมรวม ของธนาคารใหญ่ 5 แห่งคาดเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบรายปีมูลค่ารวม คาดอยู่ที่ 11.1 พันล้านดอลลาร์ค่าธรรมเนียมตลาดทุนหุ้น คาดแตะ 2.7 พันล้านดอลลาร์ค่าธรรมเนียม SpaceX IPO ราว 500 ล้านดอลลาร์จำนวนธนาคารที่ร่วมดีล SpaceX รวม 23 แห่งการฟื้นตัวของรายได้วาณิชธนกิจครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า ตลาดทุนสหรัฐกำลังกลับมามีบทบาทในฐานะแหล่งสร้างรายได้หลักของแบงก์วอลล์สตรีทอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อดีลขนาดใหญ่และกระแสลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยียังมีโอกาสต่อเนื่องในช่วงถัดไป