SCB EIC ชี้ Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 - ปรับมุมมองดีขึ้น หนุนไทยเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง

รูป SCB EIC ชี้ Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 - ปรับมุมมองดีขึ้น หนุนไทยเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 69 12:42 น.

SCB EIC เผย Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable” หนุนไทยมีหวังเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง พร้อมชงรัฐบาลยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ระบุในบทวิเคราะห์เรื่อง Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable” ไทยมีหวังเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable”

Moody’s ปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.ความเสี่ยงเศรษฐกิจจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ลดลง

2.แนวโน้มการลงทุนไทยดีขึ้น ลดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยในระยะยาวจะเติบโตต่ำมาก

และ3.ความผันผวนทางการเมืองลดลงหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ระบุเพิ่มเติมว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ ขณะที่แนวโน้มหนี้ภาครัฐยังเพิ่มขึ้น แต่ยังใกล้เคียงประเทศที่อันดับความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน ภาครัฐไทยยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี และสถานะภาคต่างประเทศยังเป็นจุดแข็ง

SCB EIC ประเมินมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือไทยในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการปฏิรูปเศรษฐกิจและปฏิรูปการคลัง ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus (เพิ่ม Transparency หรือ ความโปร่งใส)

มองว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Moody’s ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยในครั้งนี้ ได้แก่


1.กลยุทธ์สื่อสารเชิงรุก นำโดยรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ

2.ชุดนโยบาย 4T ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การใช้จ่ายภาครัฐอย่าง Target (มุ่งเป้า) Transition (เปลี่ยนผ่าน) Transform (พลิกโฉม) และ Together (รวมพลัง)

3.แผนการคลังระยะปานกลาง ณ พ.ย. 2025 สะท้อนความพยายามปฏิรูปการคลังที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้

SCB EIC เสนอรัฐบาล 1. ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus ผ่านประเด็นความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริต (Transparency and Anti-corruption) เพราะเป็นปัจจัยบั่นทอนขีดความสามารถทางการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยมานาน และองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือใช้ประเด็นนี้ประกอบการประเมินเมตริกความน่าเชื่อถือของประเทศ

2.ในประเด็นเสถียรภาพการคลัง หากรัฐบาลจะออก พ.ร.ก. กู้เพิ่มเติม หรือ ขยายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำได้บน 3 เงื่อนไขสร้างความเชื่อมั่นวินัยการคลัง คือ (2.1) ใช้จ่ายมีกลยุทธ์ โดยช่วงระยะสั้นใช้จ่ายช่วยผู้ได้รับผลกระทบอย่างมุ่งเป้า ขณะที่ลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านและพลิกโฉม เพิ่มศักยภาพการขยายตัวเศรษฐกิจระยะยาว (2.2) ปฏิรูปการคลังอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขยายฐานภาษี ลดรายจ่ายไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายหรือมาตรการภาครัฐ และ (2.3) สื่อสารโปร่งใส พร้อมแผนการดำเนินการที่ชัดเจนและติดตามผลตัวชี้วัด (KPI) เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

มองไปข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปให้เห็นความคืบหน้า ควบคู่กับนโยบายพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น อาจมีโอกาสเห็น Fitch ปรับเพิ่มมุมมองไทยเป็น Stable ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากปรับลดมุมมองไทยเป็น Negative outlook ในปีก่อน

ทั้งนี้หากไทยสามารถดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศได้เห็นผลต่อเนื่อง จะทำให้สถานะทางการคลังในระยะปานกลางมีความเข้มแข็ง สามารถรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าได้ดีขึ้น



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย