(อัพเดท) เปิดหุ้นรับอานิสงส์ หลังสหรัฐประกาศหยุดโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,500 จุด

รูป (อัพเดท) เปิดหุ้นรับอานิสงส์ หลังสหรัฐประกาศหยุดโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,500 จุด

efinAI


 

โบรกฯ คัดหุ้นรับอานิสงส์ หลังสหรัฐประกาศหยุดโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คาดกลุ่ม Anti Oil-สายการบิน-โรงไฟฟ้า-Tech-ค้าปลีก-ท่องเที่ยว น่าลงทุน พร้อมประเมินดัชนีระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,500 จุด

 

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สถานการณ์สงครามมีภาพ Deesclation หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รับเงื่อนไขคนกลางปากีสถานขยายเวลาเจรจาอิหร่านในอีก 2 สัปดาห์ และ จะหยุดยิงในช่วงดังกล่าว โดยอิหร่านจะต้องกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซเสรีทันที ขณะที่อิหร่านตอบรับเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้เงื่อนไขเล็กน้อย (กองทัพอิหร่านขอดูแลช่องทาง) ถ่วงราคาน้ำมันดิบดิ่งลงแรงเฉลี่ย -12% Brents เช้านี้มา < 95 เหรียญฯ US Bond Yield 10 ปีดิ่งแรง -8 bps Dollar Index < 99 จุด สะท้อนภาพตลาดกลับมา Risk-on คาดหนุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกฟื้นตัวแรง โดยฝั่งไทยค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าแรง 32 +/- บาท และ หนุน SET วันนี้ “Up” แนวต้าน 1,478/1,495จุด รับ 1,454/1,450 จุด

 

***หุ้นธีมเด่นวันนี้

 

1.กลุ่มที่ตลาดกังวลผลกระทบตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มกังวลต้นทุนพลังงาน (Anti-Commodities) เป็นกลุ่มนำ ไฟฟ้า สายการบิน รับเหมา วัสดุก่อสร้าง ค้าปลีก

 

2.กลุ่มกังวลจาก Yield เร่งขึ้น หลังตลาดมองความเสี่ยงเงินเฟ้อ เช้านี้ US Bond Yield 10 ปีดิ่งแรงเป็นแรงหนุน เช่าซื้อ 

 

3.กลุ่มที่กระทบนักท่องเที่ยว อาทิ ท่องเที่ยว ร.พ.

 

KSS Alpha Espresso Picks : GPSC THAI (ราคาน้ำมันดิบลงเฉลี่ย -12% และ เงินบาทแข็งค่า) และ MTC (Global Bond Yield เริ่มลดลงต่อเนื่อง ตามราคาน้ำมัน)

 

***ปัจจัยบวก

 

1.War&Energy : สถานการณ์สงครามมีภาพ Deesclation หลัง ปธน. Trump รับเงื่อนไขคนกลางปากีสถานขยายเวลาเจรจาอิหร่านในอีก 2 สัปดาห์ และ จะหยุดยิงในช่วงดังกล่าว โดยอิหร่านจะต้องกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านตอบรับเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้เงื่อนไขเล็กน้อย (ยังไม่ชัดเจน) ถ่วงราคาน้ำมันดิบดิ่งลงแรงเฉลี่ย -12% Brents เช้านี้มา < 95 เหรียญฯ คาดหนุนสินทรัพย์เสี่ยงโลก

 

หุ้นที่คาดฟื้นเด่น คือ กลุ่มที่ตลาดกังวลผลกระทบตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มกังวลต้นทุนพลังงานไฟฟ้า สายการบิน รับเหมา วัสดุก่อสร้าง ค้าปลีก เช่าซื้อ และ กลุ่มที่กระทบนักท่องเที่ยว อาทิ ท่องเที่ยว ร.พ. ขณะเดียวกันแนะนำ ทยอยหาจังหวะหุ้นพลังงานขั้นกลางผสมช่วงหุ้นอ่อนลง โรงกลั่น TOP ปิโตรเคมี PTTGC, IVL รับประโยชน์โครงสร้างอุตสาหกรรม

 

2. SET200 Rebound : SET ลงจากจุดสูงสุด 26 ก.พ. ราว -4.5% จากผลกระทบสงคราม สถานการณ์เริ่มคลาย ประเมินหุ้นพื้นฐานระยะกลางดี ปรับลงเร่งกว่า SET กรอบ -22.5% ถึง -11.7% ที่มีโอกาสฟื้นแรงวันนี้ เน้น GPSC CENTEL MTC THAI MINT BH

 

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สหรัฐฯ และ อิหร่านบรรลุข้อตกลง “หยุดยิงชั่วคราว” เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางสู่การเจรจารอบสุดท้าย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดเอเชียปรับตัวลงทันที -15% ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวเฉลี่ย +3%

 

ซึ่งคาดเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ต่อตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับฐานแรงในช่วงความขัดแย้ง มีโอกาสเกิด Technical Rebound ได้แก่ BA -29%, BGRIM -24%, MTC -23%, SAWAD -22%, ERW -22%, GPSC -21%, AAV -21%, BCPG -20%, BH -19%, CBG -18%, CPALL -16%, OSP -16%, BEM -15%, HMPRO -14%, BCH -14%, BDMS -13%

 

นอกจากนี้ มีโอกาสเห็นแรงซื้อคืนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ถูก NVDR ขายสุทธิสะสมเกิน -1 พันล้านบาท ได้แก่ GULF, AOT, TRUE, MINT, BH, ADVANC, CPALL, BDMS

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจถูกถ่วงจากแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นในช่วงสงคราม ได้แก่ PTTGC +35%, HANA +34%, IRPC +28%, PTTEP +19%, IVL +15%, KCE +11%, BTG +9% รวมถึงกลุ่มที่มีแรงซื้อสุทธิจาก NVDR ก่อนหน้า เช่น PTTEP, PTTGC, TFG, HANA, BCP, IRPC, IVL, SPRC

 

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯปิด ทำการ Trump ได้ออกมาระบุว่าระงับการหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะได้หารือกับทางปากีสถาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสหรัฐฯทำได้เกินกว่าเป้าหมายทางทหารทั้งหมดแล้ว เช้านี้พบว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI -15% DowJones Future +2% Kospi +6% ฝั่งอิหร่านก็ส่งสัญญาณว่า พร้อมหยุดปฎิบัติการหากมีการหยุดโจมตี และ จะเปิดช่องแคบ HORMUZ ให้กลับมาเป็นปกติ หากราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงทองคำและตราสารหนี้

 

วันนี้ประเมิน SET INDEX มีโอกาสขยับขึ้นในกรอบ 1,460 – 1,500 จุด ปัจจัยหนุนการเจรจากันระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เชิงกลยุทธ์การลงทุนกลับมาเน้นที่กลุ่ม Anti Oil สายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (BGRIM GULF GPSC) Tech (DELTA) ค้าปลีก (CPALL CPN) ท่องเที่ยว (AOT MINT)

 

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เช้าวันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนเกมส์ที่ชัดเจนที่สุดในรอบเดือน ตลาดที่เคยอึดอัดกับความเสี่ยงการเกิดสงครามเต็มรูปแบบ ได้รับการปลดล็อกอย่างเป็นทางการจากข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์นี้ (ยืนยันว่า Trump ไม่ได้อยากใช้ความรุนแรงต่ออิหร่าน) การที่อิสราเอลตอบรับข้อตกลงด้วย ถือเป็นนัยสำคัญที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับ Ceasefire รอบนี้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม นี่คือ "นี่คือการพักรบ ไม่ใช่การจบสงคราม"

 

กลยุทธ์ลงทุน ตลาดพลิกเกมส์มาดี นักลงทุนสามารถเข้าเก็งกำไรช่วงสั้นๆได้ (อย่าเพิ่งมองยาวถ้าสงครามยังไม่จบ)

 

หุ้นได้ประโยชน์จากสงครามจะถูกทิ้งดิ่ง : PTTEP และ หุ้นปิโตรเคมีบางตัว (PTTGC, IVL, IRPC) จัดเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์ทางตรงจากสงครามครั้งนี้ จากการหยุดยิงวันนี้ จะกลายเป็นลบต่อหุ้นเหล่านี้ทันที

 

หุ้น Most Active หรือ หุ้นหลักๆ ของตลาด น่าเข้าซื้อ ได้แก่ GULF, ADVANC, TRUE*, CPALL, BDMS*, CPN*

 

จากข้อมูลหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายมากพอควรของ SET ช่วงที่เกิดสงคราม (27 ก.พ. -7 เม.ย.69) เราเลือกหุ้นที่น่าสนใจหรือมีโอกาสดีดตัวกลับในวันนี้ ออกมา 5 ตัว ได้แก่ BA*, BGRIM*, ERW, GPSC*, AAV

 

หุ้นในพอร์ตแนะนำ : เรานำ PTTEP ออก และ นำ BA*, BGRIM*, ERW เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ต ประกอบด้วย BA*(15%), BGRIM*(15%), ERW(10%), DELTA*(10%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)

 

บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ยังคงมุมมองระมัดระวังในช่วงไตรมาส 2/69 จากความเสี่ยงสงครามจะเริ่มส่งผลกระทบต่อการปรับลดประมาณการในหลายกลุ่ม

 

***ปัจจัยและสถานการณ์สำคัญ

 

ข้อตกลงสันติภาพ : มีโอกาสที่สหรัฐฯ-อิหร่าน จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

 

ช่องแคบฮอร์มุซ : อาจยังไม่กลับมาเปิดปกติ หรืออาจมีการเก็บค่าผ่านทาง

 

***มุมมองการลงทุนรายกลุ่ม

 

1.กลุ่มที่เสียประโยชน์จากสันติภาพ คาดมีแรงขายทำกำไรกลุ่มที่เคยได้ประโยชน์จากสงครามก่อนหน้านี้

 

2.กลุ่มต้นทุนพลังงาน (ค้าปลีก, ขนส่ง, สายการบิน, วัสดุก่อสร้าง, รับเหมา)

 

ระยะสั้น : ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยหนุนให้มีโอกาสฟื้นตัว

 

ข้อควรระวัง : ยังมีความกังวลเรื่องกำไรที่ลดลงใน Q2/69 การฟื้นตัวจึงเป็นเพียงการ "เก็งกำไรระยะสั้น" เท่านั้น

 

3.กลุ่มภาคบริการ (ท่องเที่ยว, การแพทย์) แม้ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับต่ำ

 

คำแนะนำ : เป็นโอกาส "ซื้อ/สะสม" ที่ดี

 

หุ้นเด่น : AOT, CENTEL, BDMS, BH

 

4.กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) มีความน่าสนใจในการเป็น "กลุ่มพักเงิน" ในจังหวะที่ตลาดอาจปรับลดประมาณการกลุ่มอื่นๆ

 

หุ้นเด่น : GULF, EGCO, RATCH

 

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กลุ่มและหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ (หากสงครามตะวันออกกลางยุติเร็ว) เช่น

 

1. กลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน หุ้นเด่น : AOT, CENTEL, ERW, MINT, AAV, BA

 

2. กลุ่มโรงพยาบาล (เน้นคนไข้ต่างชาติ/ตะวันออกกลาง) หุ้นเด่น : BH, PR9, BCH

 

3. กลุ่มค้าปลีกและสื่อสาร (รับผลบวกจากการท่องเที่ยวฟื้นตัว) หุ้นเด่น : CPALL, CRC, CPN, ADVANC, TRUE

 

4. กลุ่มธนาคาร หุ้นเด่น : KBANK, KTB, SCB

 

5. กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หุ้นเด่น : CK, STECON

 

6. กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ได้รับประโยชน์จากการคลี่คลายของเส้นทางขนส่งและต้นทุนพลังงาน

 

7. กลุ่มโรงไฟฟ้า หุ้นเด่น : GULF, BGRIM, GPSC

 

8. กลุ่มเกษตรและอาหารส่งออก หุ้นเด่น : CPF, BTG, GFPT

 

กลุ่มที่เสียประโยชน์ เช่น พลังงานต้นน้ำ (PTTEP) : ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุด

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

(อัพเดท) เปิดหุ้นรับอานิสงส์ หลังสหรัฐประกาศหยุดโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,500 จุด