2 ก.ย. 2569เยอรมนีเล็งงัดมาตรการตอบโต้การค้าจีน เสี่ยงกดดันหุ้นยานยนต์Translatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ก.ย. 69 16:38 น. เยอรมนีเล็งใช้มาตรการตอบโต้จีน คาดภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังภาคอุตสาหกรรมเริ่มแข็งกร้าวรัฐบาลเยอรมนีกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจออก มาตรการรับมือจีน ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนมากขึ้น โดยแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฮบริด การบังคับให้บริษัทจีนตั้งบริษัทร่วมทุน และการให้สิทธิพิเศษกับสินค้าที่ผลิตในเยอรมนีหรือยุโรปผ่านแนวคิด Buy European ซึ่งสะท้อนว่ากรุงเบอร์ลินกำลังขยับจากท่าทีระมัดระวังไปสู่การปกป้องอุตสาหกรรมอย่างจริงจังมากขึ้นคลิงไบล์ชี้ภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีเปลี่ยนมุมมองต่อจีนลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เปิดเผยหลังเยี่ยมชมโรงงาน BMW ในเมืองสปาร์ตันเบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา ว่า เขามองเห็นการเปลี่ยนแปลงในหมู่ผู้ประกอบการเยอรมนีที่เริ่มวิพากษ์วิจารณ์จีนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ทซ์ เดินหน้ากำหนดนโยบายต่อจีนให้ชัดเจนขึ้น โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลแมร์ทซ์ได้ปรับจุดยืนให้แข็งกร้าวกว่าเดิม และต้องการเพิ่มเครื่องมือเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันที่มองว่าไม่เป็นธรรมจากความระมัดระวังสู่แนวคิดตอบโต้ที่ชัดเจนขึ้นเดิมทีเบอร์ลินมักเลือกใช้แนวทางระมัดระวัง เพราะกังวลว่าจีนอาจตอบโต้กลับในภาคส่วนที่พึ่งพาตลาดจีนสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ หากมาตรการเหล่านี้ถูกผลักดันในระดับ สหภาพยุโรป จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก และอาจกดดันทั้ง หุ้นกลุ่มยานยนต์ หุ้นชิ้นส่วน รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมในระยะสั้นแม้จะมีท่าทีแข็งขึ้น แต่รัฐบาลเยอรมนีย้ำว่าไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งโดยตรง เพียงแต่เห็นว่าจีนไม่ได้เล่นตามกติกาในกรอบการแข่งขันเดิมอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องปรับจุดยืนให้แตกต่างออกไปเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเอง ประเด็นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการค้า แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงของอุตสาหกรรมยุโรปในระยะยาวด้วยผลกระทบต่อการลงทุนและทิศทางตลาดสำหรับนักลงทุน ความเคลื่อนไหวของเยอรมนีอาจเป็นสัญญาณว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างยุโรปกับจีนมีแนวโน้มยกระดับขึ้น หากมีการออกมาตรการจริง ตลาดอาจตอบสนองด้วยความผันผวนในกลุ่มที่มีรายได้พึ่งพาจีนสูง โดยเฉพาะบริษัทผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน แนวคิด Buy European อาจช่วยหนุนหุ้นบริษัทในภูมิภาคที่มีฐานการผลิตในยุโรป หากนโยบายภาครัฐเริ่มเอื้อประโยชน์ด้านการจัดซื้อและการลงทุนมากขึ้นนอกจากนี้ คลิงไบล์ยังเรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามในหลายภูมิภาค ตั้งแต่สงครามภาษีไปจนถึงความขัดแย้งในอิหร่านและยูเครน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินโลกอย่างต่อเนื่องประเด็นหลัก: เยอรมนีเตรียมมาตรการตอบโต้จีนในไม่กี่สัปดาห์แนวทางที่อาจเกิดขึ้น: ภาษีรถยนต์ไฮบริด, ร่วมทุนบังคับ, Buy Europeanผลต่อการลงทุน: เสี่ยงกดดันหุ้นยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงซัพพลายเชนโลก แท็กที่เกี่ยวข้องเยอรมนีจีนมาตรการตอบโต้หุ้นยานยนต์Buy Europeanภาษีรถยนต์การลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ก.ย. 69 16:38 น. เยอรมนีเล็งใช้มาตรการตอบโต้จีน คาดภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังภาคอุตสาหกรรมเริ่มแข็งกร้าวรัฐบาลเยอรมนีกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจออก มาตรการรับมือจีน ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนมากขึ้น โดยแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฮบริด การบังคับให้บริษัทจีนตั้งบริษัทร่วมทุน และการให้สิทธิพิเศษกับสินค้าที่ผลิตในเยอรมนีหรือยุโรปผ่านแนวคิด Buy European ซึ่งสะท้อนว่ากรุงเบอร์ลินกำลังขยับจากท่าทีระมัดระวังไปสู่การปกป้องอุตสาหกรรมอย่างจริงจังมากขึ้นคลิงไบล์ชี้ภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีเปลี่ยนมุมมองต่อจีนลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เปิดเผยหลังเยี่ยมชมโรงงาน BMW ในเมืองสปาร์ตันเบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา ว่า เขามองเห็นการเปลี่ยนแปลงในหมู่ผู้ประกอบการเยอรมนีที่เริ่มวิพากษ์วิจารณ์จีนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ทซ์ เดินหน้ากำหนดนโยบายต่อจีนให้ชัดเจนขึ้น โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลแมร์ทซ์ได้ปรับจุดยืนให้แข็งกร้าวกว่าเดิม และต้องการเพิ่มเครื่องมือเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันที่มองว่าไม่เป็นธรรมจากความระมัดระวังสู่แนวคิดตอบโต้ที่ชัดเจนขึ้นเดิมทีเบอร์ลินมักเลือกใช้แนวทางระมัดระวัง เพราะกังวลว่าจีนอาจตอบโต้กลับในภาคส่วนที่พึ่งพาตลาดจีนสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ หากมาตรการเหล่านี้ถูกผลักดันในระดับ สหภาพยุโรป จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก และอาจกดดันทั้ง หุ้นกลุ่มยานยนต์ หุ้นชิ้นส่วน รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมในระยะสั้นแม้จะมีท่าทีแข็งขึ้น แต่รัฐบาลเยอรมนีย้ำว่าไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งโดยตรง เพียงแต่เห็นว่าจีนไม่ได้เล่นตามกติกาในกรอบการแข่งขันเดิมอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องปรับจุดยืนให้แตกต่างออกไปเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเอง ประเด็นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการค้า แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงของอุตสาหกรรมยุโรปในระยะยาวด้วยผลกระทบต่อการลงทุนและทิศทางตลาดสำหรับนักลงทุน ความเคลื่อนไหวของเยอรมนีอาจเป็นสัญญาณว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างยุโรปกับจีนมีแนวโน้มยกระดับขึ้น หากมีการออกมาตรการจริง ตลาดอาจตอบสนองด้วยความผันผวนในกลุ่มที่มีรายได้พึ่งพาจีนสูง โดยเฉพาะบริษัทผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน แนวคิด Buy European อาจช่วยหนุนหุ้นบริษัทในภูมิภาคที่มีฐานการผลิตในยุโรป หากนโยบายภาครัฐเริ่มเอื้อประโยชน์ด้านการจัดซื้อและการลงทุนมากขึ้นนอกจากนี้ คลิงไบล์ยังเรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามในหลายภูมิภาค ตั้งแต่สงครามภาษีไปจนถึงความขัดแย้งในอิหร่านและยูเครน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินโลกอย่างต่อเนื่องประเด็นหลัก: เยอรมนีเตรียมมาตรการตอบโต้จีนในไม่กี่สัปดาห์แนวทางที่อาจเกิดขึ้น: ภาษีรถยนต์ไฮบริด, ร่วมทุนบังคับ, Buy Europeanผลต่อการลงทุน: เสี่ยงกดดันหุ้นยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงซัพพลายเชนโลก
เยอรมนีเล็งใช้มาตรการตอบโต้จีน คาดภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังภาคอุตสาหกรรมเริ่มแข็งกร้าวรัฐบาลเยอรมนีกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจออก มาตรการรับมือจีน ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนมากขึ้น โดยแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฮบริด การบังคับให้บริษัทจีนตั้งบริษัทร่วมทุน และการให้สิทธิพิเศษกับสินค้าที่ผลิตในเยอรมนีหรือยุโรปผ่านแนวคิด Buy European ซึ่งสะท้อนว่ากรุงเบอร์ลินกำลังขยับจากท่าทีระมัดระวังไปสู่การปกป้องอุตสาหกรรมอย่างจริงจังมากขึ้นคลิงไบล์ชี้ภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีเปลี่ยนมุมมองต่อจีนลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เปิดเผยหลังเยี่ยมชมโรงงาน BMW ในเมืองสปาร์ตันเบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา ว่า เขามองเห็นการเปลี่ยนแปลงในหมู่ผู้ประกอบการเยอรมนีที่เริ่มวิพากษ์วิจารณ์จีนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ทซ์ เดินหน้ากำหนดนโยบายต่อจีนให้ชัดเจนขึ้น โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลแมร์ทซ์ได้ปรับจุดยืนให้แข็งกร้าวกว่าเดิม และต้องการเพิ่มเครื่องมือเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันที่มองว่าไม่เป็นธรรมจากความระมัดระวังสู่แนวคิดตอบโต้ที่ชัดเจนขึ้นเดิมทีเบอร์ลินมักเลือกใช้แนวทางระมัดระวัง เพราะกังวลว่าจีนอาจตอบโต้กลับในภาคส่วนที่พึ่งพาตลาดจีนสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ หากมาตรการเหล่านี้ถูกผลักดันในระดับ สหภาพยุโรป จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก และอาจกดดันทั้ง หุ้นกลุ่มยานยนต์ หุ้นชิ้นส่วน รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมในระยะสั้นแม้จะมีท่าทีแข็งขึ้น แต่รัฐบาลเยอรมนีย้ำว่าไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งโดยตรง เพียงแต่เห็นว่าจีนไม่ได้เล่นตามกติกาในกรอบการแข่งขันเดิมอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องปรับจุดยืนให้แตกต่างออกไปเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเอง ประเด็นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการค้า แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงของอุตสาหกรรมยุโรปในระยะยาวด้วยผลกระทบต่อการลงทุนและทิศทางตลาดสำหรับนักลงทุน ความเคลื่อนไหวของเยอรมนีอาจเป็นสัญญาณว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างยุโรปกับจีนมีแนวโน้มยกระดับขึ้น หากมีการออกมาตรการจริง ตลาดอาจตอบสนองด้วยความผันผวนในกลุ่มที่มีรายได้พึ่งพาจีนสูง โดยเฉพาะบริษัทผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน แนวคิด Buy European อาจช่วยหนุนหุ้นบริษัทในภูมิภาคที่มีฐานการผลิตในยุโรป หากนโยบายภาครัฐเริ่มเอื้อประโยชน์ด้านการจัดซื้อและการลงทุนมากขึ้นนอกจากนี้ คลิงไบล์ยังเรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามในหลายภูมิภาค ตั้งแต่สงครามภาษีไปจนถึงความขัดแย้งในอิหร่านและยูเครน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินโลกอย่างต่อเนื่องประเด็นหลัก: เยอรมนีเตรียมมาตรการตอบโต้จีนในไม่กี่สัปดาห์แนวทางที่อาจเกิดขึ้น: ภาษีรถยนต์ไฮบริด, ร่วมทุนบังคับ, Buy Europeanผลต่อการลงทุน: เสี่ยงกดดันหุ้นยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงซัพพลายเชนโลก