BJC ชี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” หนุนบิ๊กซีแค่ทางอ้อม วอนรัฐดูแลผู้ประกอบการไทย สู้ทุนต่างชาติ - ต้นทุนพุ่ง

รูป BJC ชี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” หนุนบิ๊กซีแค่ทางอ้อม วอนรัฐดูแลผู้ประกอบการไทย สู้ทุนต่างชาติ - ต้นทุนพุ่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 16:26 น.


BJC ระบุ มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่ว”ยกระตุ้นกำลังซื้อประชาชน แต่ “บิ๊กซี” ไม่ได้อานิสงส์โดยตรง เหตุใช้สิทธิ์ในห้างไม่ได้ พร้อมสะท้อนผู้ประกอบการไทย เผชิญต้นทุนน้ำมัน - เงินเฟ้อพุ่ง - การแข่งขันจากทุนต่างชาติ หวั่นกระทบการจ้างงานในประเทศ วอนรัฐออกมาตรการดูแลแข่งขันอย่างเป็นธรรม


นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ Big C ในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น


แต่ในแง่ของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างบิ๊กซี ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง เนื่องจากเงื่อนไขของโครงการในปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่สามารถนำเงินจากโครงการมาจับจ่ายใช้สอยที่บิ๊กซีได้โดยตรง เหมือนบางโครงการในอดีต


อย่างไรก็ตามบิ๊กซี ยังคงได้รับอานิสงส์ทางอ้อม จากการที่กลุ่มผู้ค้าหรือร้านค้ารายย่อยเข้ามาซื้อสินค้าจากบิ๊กซี เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคที่ใช้สิทธิ์ในโครงการดังกล่าวอีกทอดหนึ่ง

เอกชนแบกต้นทุน เจอทุนต่างชาติบุกตลาด หวั่นกระทบผู้ประกอบการไทย-จ้างงาน

อย่างไรก็ตามภาพรวมผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ซึ่งกลุ่ม BJC ซึ่งเป็นทั้งเป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่าย โดยบริษัทฯ พยายามแบกรับภาระเหล่านี้ไว้เองเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค


นอกจากนี้ปัจจุบันธุรกิจไทยต้องรับศึกหนักจากการบุกตลาดของทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจาก ประเทศจีน ที่เข้ามาแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางกลุ่มอาจไม่ได้เข้ามาสร้างประโยชน์ หรือเสียภาษีให้ประเทศไทยอย่างถูกต้อง ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการแข่งขันโดยหากผู้ประกอบการไทยไม่แข็งแรงและต้องปิดตัวลง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงาน


โดยกลุ่ม BJC ต้องการให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้แข็งแรงขึ้น เพื่อสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ โดยเสนอให้รัฐบาลจัดทำกรอบการดูแลที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเข้ามาทำธุรกิจของต่างชาติ ที่อาจไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว


เช่น การดูแลให้เกิดความยุติธรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยที่เสียภาษีและค่าเช่าอย่างถูกต้อง กับทุนต่างชาติที่อาจเข้ามาโดยใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ทั้งนี้ขอให้ภาครัฐมองที่ผลประโยชน์ส่วนรวมและการรักษาการจ้างงานเป็นหลัก เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่คือผู้จ้างงานรายสำคัญของประเทศ


"แนวทางการคลัง โดยใช้มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ตั้งใจที่จะช่วยให้คนไทยที่ได้ผลกระทบจากราคาน้ำมัน แต่กับเราเองคงเป็นผลบวกทางอ้อม จริง ๆ เราดีใจ ที่อย่างน้อยมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค แต่อยากให้ทางภาครัฐได้นึกถึงผู้ประกอบการด้วย ที่ตอนนี้ต้องแข่งขัน และแบกรับต้นทุนค่อนข้างหนัก ทั้งน้ำมัน สินค้าที่มีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมา ซึ่ง BJC ยังเป็น ผู้ผลิต และจัดจำหน่าย เราพยายามแบกรับต้นทุน ด้านต่างชาติเข้าแข่งขันกับเอกชนไทย อยากให้ภาครัฐมองผู้ประกอบการ ที่เป็นผู้จ้างงานด้วย" นายอัศวินกล่าว


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย