กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจในบางภูมิภาค โดยเฉพาะแอฟริกาและเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นอย่างมาก รวมถึงความมั่นคงทางอาหารในกลุ่มประเทศรายได้น้อย เนื่องจากราคาอาหารและปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้น IMF ระบุว่า ทุกปัจจัยกำลังนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยผลกระทบขั้นสุดท้ายต่อห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานจะขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อหรือจบลงโดยเร็ว โลกอาจตกอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงยืดเยื้อ ราคาพลังงานที่สูง และเงินเฟ้อที่ยากจะควบคุม ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินต่อไป IMF ยังเตือนว่าราคาอาหารและปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ ตั้งแต่ตะวันออกกลางไปจนถึงลาตินอเมริกา โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อย ซึ่งเสี่ยงเผชิญปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ทั้งนี้ การหยุดชะงักของการจัดส่งปุ๋ยจากอ่าวเปอร์เซียเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกในซีกโลกเหนือ ซึ่งจะกระทบผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปีนี้ บทความที่เขียนโดยทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ระบุว่า ประชาชนในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อยมีความเสี่ยงสูงสุดจากราคาอาหารที่ขยับตัวสูงขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านอาหารคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการบริโภคโดยเฉลี่ย เมื่อเทียบกับ 20% ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และ 9% ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 102.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ และมีแนวโน้มทำสถิติเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่มา Bloomberg |